⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1462/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1462/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สิทธิในการเช่านาตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มีกำหนดระยะเวลาหกปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติใช้บังคับ และเมื่อครบกำหนดแล้วต้องมีการตกลงเช่ากันอีกเป็นคราว ๆ จึงจะมีสิทธิเช่าต่อไปได้ 2. การที่ผู้เช่ามิได้ทำนาต่อไปหลังจากสิ้นระยะเวลาการเช่า แม้ผู้ให้เช่าจะมิได้บอกเลิกการเช่า ก็ถือไม่ได้ว่ามีการเช่านากันต่อไป

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เช่านาจำเลยทำอยู่โดยไม่มีกำหนดเวลาก่อนพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ใช้บังคับ โจทก์จึงมีสิทธิในการเช่านาจำเลยมีกำหนดหกปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาหกปีแล้ว จะต้องมีการตกลงเช่ากันอีกเป็นคราว ๆ จึงจะมีสิทธิในการเช่าต่อไปอีกคราวละหกปี หาใช่ว่าเมื่อตกลงเช่ากันครั้งแรกและครบกำหนดหกปีแล้วต้องถือว่าได้มีการเช่านากันไปเรื่อย ๆ คราวละหกปีโดยไม่ต้องมีการตกลงเช่ากันแต่อย่างใดไม่ หลังจากสิ้นระยะเวลาการเช่านาแล้ว แม้จำเลยผู้ให้เช่าจะมิได้บอกเลิกการเช่านา แต่ปรากฏว่าขณะนั้นโจทก์จำเลยกำลังดำเนินคดีกันอยู่โดยโต้เถียงเกี่ยวกับการเช่านาระงับลงแล้วหรือไม่ และโจทก์ผู้เช่ามิได้ทำนาต่อไปจึงถือไม่ได้ว่ามีการเช่านากันต่อไปตามมาตรา 5 สัญญาประนีประนอมยอมความที่ให้โจทก์เลิกเช่านาจำเลยใน พ.ศ. 2523 เป็นสัญญาที่โจทก์จำเลยทำไว้ล่วงหน้าเป็นเวลาเกินกว่าหกเดือนก่อนสิ้นระยะเวลาการเช่านาจึงถือไม่ได้ว่ามีการตกลงเลิกการเช่านาระหว่างโจทก์จำเลยตามความหมายของมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.5 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.31 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.39 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.46

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าที่ดินของจำเลยเพื่อใช้ทำนาใน พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยมิได้ทำหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือ จึงมีสิทธิเช่านาจำเลยไปจนถึง พ.ศ. ๒๕๒๓ ครั้นพ.ศ. ๒๕๒๒ จำเลยบอกเลิกการเช่านา โจทก์จึงร้องเรียนต่อคณะกรรมการควบคุมการเช่านาฯ ได้ประนีประนอมยอมความกันให้โจทก์เช่าทำนาใน พ.ศ. ๒๕๒๒ ครั้น พ.ศ. ๒๕๒๓ โจทก์จะเข้าทำนาตามสิทธิ จำเลยไม่ยอม โจทก์ได้รับความเสียหายและโจทก์มีสิทธิเช่านาต่อไปอีก ๖ ปี จึงขอบังคับให้จำเลยยอมให้โจทก์เช่าทำนาต่อไปอีก ๖ ปี ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้จำเลยชำระค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า ใน พ.ศ. ๒๕๒๑ โจทก์ไม่ชำระค่าเช่านาจำเลยร้องเรียนต่อคณะกรรมการควบคุมการเช่านาฯ ได้ตกลงประนีประนอมยอมความกันให้โจทก์เช่านาใน พ.ศ. ๒๕๒๒ สิทธิของโจทก์จึงระงับสิ้นไป โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์เสียหายไม่เกินปีละ ๗,๕๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรร์พิพากษากลับเป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าเสียหาย ๓๕,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อกฎหมายว่า ปัญหาที่ว่าการเช่านาระหว่างโจทก์จำเลยอยู่ในบังคับพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ ซึ่งจำเลยจะต้องยอมให้โจทก์เช่านาได้อีก ๖ ปี ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๔ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๙ หรือไม่นั้นพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๕ บัญญัติว่า"การเช่านาให้มีกำหนดราวละไม่น้อยกว่าหกปี การเช่านารายใดที่ทำไว้โดยไม่มีกำหนดเวลาหรือมีแต่ต่ำกว่าหกปี ให้ถือว่าการเช่านารายนั้นมีกำหนดเวลาหกปี เมื่อสิ้นระยะเวลาการเช่านาตามวรรคหนึ่ง ถ้าผู้ให้เช่านามิได้บอกเลิกการให้เช่านาตามมาตรา ๓๙ และผู้เช่านายังทำนาในที่นานั้นต่อไปให้ถือว่าได้มีการเช่านานั้นต่อไปอีกคราวละหกปี" มาตรา ๔๖ "การเช่านารายใดซึ่งได้ทำไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าไม่มีกำหนดเวลาหรือมีกำหนดเวลาต่ำกว่าหกปีในการเช่านารายนั้นมีกำหนดหกปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแต่ผู้เช่านาไม่ประสงค์จะเช่านาต่อไป" ตามบทกฎหมายดังกล่าว เห็นว่า โจทก์มีสิทธิในการเช่านาจำเลยมีกำหนดหกปี นับแต่วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๑๘ ถึงวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๓ หาใช่การเช่าเริ่มนับแต่ พ.ศ. ๒๕๒๔ และสิ้นระยะเวลาลงเมื่อสิ้นฤดูการทำนา พ.ศ. ๒๕๒๙ อีกตามที่โจทก์ฎีกาไม่ เพราะเมื่อสิ้นระยะเวลาการเช่าหกปีแล้วจะต้องตกลงเช่ากันอีกเป็นคราว ๆ คราวละหกปี หาใช่ว่าเมื่อตกลงเช่ากันครั้งแรกและครบหกปีแล้วต้องถือว่าได้มีการเช่านากันไปเรื่อย ๆ คราวละหกปี โดยไม่ต้องมีการตกลงเช่านากันแต่ประการใดอีกไม่ นอกจากนี้แม้จะปรากฏว่า เมื่อสิ้นระยะเวลาการเช่านา พ.ศ. ๒๕๒๓ แล้วจำเลยมิได้บอกเลิกการเช่านาตามมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวก็ตามก็ถือไม่ได้ว่ามีการเช่านานั้นต่อไปตามมาตรา ๕ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว เพราะขณะสิ้นระยะเวลาการเช่านาใน พ.ศ. ๒๕๒๓ นั้นอยู่ระหว่างโจทก์จำเลยดำเนินคดีนี้กันอยู่ ซึ่งคดีดังกล่าวได้โต้เถียงกันเรื่องการเช่านาระงับลงแล้วด้วย และโจทก์ก็มิได้ทำนานั้นต่อไป ซึ่งเป็นเหตุข้อหนึ่งอันจะถือว่ามีการเช่านาต่อไป ส่วนข้อความตอนท้ายของมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวที่ว่า "เว้นแต่ผู้เช่าไม่ประสงค์จะเช่าต่อไป" นั้น ก็มีความหมายถึงกรณีที่ผู้เช่าไม่ประสงค์จะเช่านาให้ครบหกปีตามที่กฎหมายให้สิทธิซึ่งก็ย่อมทำได้ หาใช่เป็นเรื่องให้โจทก์แสดงความประสงค์จะเช่านาต่อไปอีกหกปีดังโจทก์ฎีกาไม่ สัญญาประนีประนอมยอมความที่ให้โจทก์เลิกเช่านาจำเลยใน พ.ศ. ๒๕๒๓ ซึ่งโจทก์ยังมีสิทธิที่จะเช่านาอยู่ ได้ทำไว้ล่วงหน้าเป็นเวลาเกินกว่าหกเดือนก่อนสิ้นระยะเวลาการเช่านาของโจทก์ดังกล่าว จึงถือไม่ได้ว่ามีการตกลงเลิกการเช่านาระหว่างโจทก์จำเลยตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิเช่านาจำเลยใน พ.ศ. ๒๕๒๓ ด้วย หาใช้โจทก์มีสิทธิเช่านาจำเลยเพียง พ.ศ. ๒๕๒๒ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังจำเลยฎีกาไม่ ฉะนั้น สัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยยังมีผลบังคับหาระงับไปไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1462/2525 นายประทีป ศรีแสงทรัพย์ โจทก์ นางเล็ก เหรียญจู จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประทีป ศรีแสงทรัพย์ · จำเลย - นางเล็ก เหรียญจู
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถมชัย สิทธิไตรย์ · ขจร หะวานนท์ · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสมชาย อุดมวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายแถม กุลนานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3193/2534ฎีกา 1048/2526ฎีกา 1103/2519ฎีกา 1724/2532ฎีกา 1916/2519ฎีกา 2459/2520ฎีกา 2115/2519ฎีกา 3548/2526ฎีกา 2447/2520ฎีกา 1051/2521ฎีกา 2388/2523ฎีกา 2456/2521ฎีกา 2612/2521ฎีกา 2594/2521ฎีกา 1915/2519ฎีกา 799/2522ฎีกา 3636/2529ฎีกา 2142/2522ฎีกา 2298/2520ฎีกา 2514/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา