คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3548/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
กฎหมายที่ใช้บังคับแก่คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ใช้บังคับ ต้องเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น เว้นแต่กฎหมายใหม่จะบัญญัติให้ใช้บังคับย้อนหลัง.
การทำคำเปรียบเทียบโดยเจ้าพนักงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นการตกลงยินยอมของคู่กรณี และมีผลผูกพันตามกฎหมาย.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเช่านาพิพาทจากโจทก์ครบกำหนด 6 ปีแล้วไม่ยอมออกไปโจทก์จึงฟ้องขับไล่ ต่อมาระหว่างที่คดีอยู่ในการพิจารณาของศาล ได้มีพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ใช้บังคับ จำเลยจะอ้างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับแก่คดีหาได้ไม่ เพราะพระราชบัญญัติดังกล่าวมิได้บัญญัติให้นำพระราชบัญญัตินี้ไปใช้บังคับแก่คดีความที่ค้างชำระอยู่ในศาลในวันที่หรือภายหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
เมื่อ พ.ศ. 2521 โจทก์มีหนังสือบอกเลิกการเช่านาพิพาทแก่จำเลยว่าเมื่อการเช่าครบกำหนด 6 ปีใน พ.ศ. 2522 แล้ว ให้จำเลยออกไปจากนาพิพาท ปลัดอำเภอผู้ได้รับมอบหมายจากนายอำเภอได้สอบสวนคู่กรณีแล้วปรากฏว่าการเช่าจะครบกำหนด6 ปีใน พ.ศ. 2523 จึงได้ทำการเปรียบเทียบให้จำเลยเช่าต่อไปจนถึงปี พ.ศ. 2523 และในปี พ.ศ. 2524 จำเลยหมดสิทธิทำนา ทั้งโจทก์และจำเลยต่างยินยอมตามคำเปรียบเทียบ และลงชื่อกับพิมพ์ลายนิ้วมือไว้ในคำเปรียบเทียบ ดังนี้ถือได้ว่าโจทก์ได้บอกเลิกการเช่านาพิพาทชอบด้วยพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 39 แล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.2 พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.3 พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.66 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.5 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม.39
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่านาพิพาทจากโจทก์มีกำหนด ๖ ปี โจทก์ได้บอกเลิกการเช่าให้จำเลยทราบล่วงหน้าแล้ว เมื่อครบกำหนดจำเลยไม่ยอมออกไป จึงขอให้บังคับจำเลยออกจากนาพิพาทและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า การเช่ายังไม่ครบกำหนด ๖ ปีตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ และโจทก์ไม่เคยบอกเลิกการเช่าแก่จำเลย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยล้วนแต่อ้างพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ มาเพื่อให้ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ มาตรา ๒ บัญญัติให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ปรากฏว่าพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๒๔ จึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๒๔ พระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นกฎหมายที่บัญญัติถึงสิทธิและหน้าที่กับความรับผิดของผู้ให้เช่าและผู้เช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมซึ่งเป็นกฎหมายสารบัญญัติ จึงไม่มีผลย้อนหลัง เว้นแต่กฎหมายจะระบุไว้โดยแจ้งชัดให้มีผลเช่นนั้น เมื่อพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ไม่มีบททบัญญัติใดให้นำพระราชบัญญัตินี้ไปใช้บังคับแก่คดีความซึ่งค้างชำระอยู่ในศาลเมื่อวันใช้หรือภายหลังวันใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว จำเลยจึงอ้างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาใช้บังคับแก่คดีนี้ซึ่งโจทก์ได้ฟ้องไว้ก่อนพระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับไม่ได้ อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความว่าโจทก์กับจำเลยถือว่ามีการเริ่มเช่านาพิพาทกันตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงได้ตกลงยินยอมตามคำเปรียบเทียบของนายถนอม ผู้รับมอบหมายจากนายอำเภอว่าจำเลยมีสิทธิทำนาในที่นาพิพาทต่อไปถึง พ.ศ. ๒๕๒๓ และโจทก์จำเลยต่างได้ลงลายมือชื่อกับพิมพ์ลายนิ้วมือไว้ในคำเปรียบเทียบแล้ว ถือได้ว่าการเช่าที่นาพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยตามคำเปรียบเทียบของนายถนอมมีกำหนดคราวละ ๖ ปีตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗มาตรา ๕ แล้ว และคำเปรียบเทียบที่ระบุว่าในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ จำเลยหมดสิทธิในการทำนาแปลงนี้ย่อมแสดงชัดแจ้งในตัวเองว่าได้มีการบอกเลิกการเช่านาเป็นหนังสือให้จำเลยผู้เช่านาทราบล่วงหน้าตั้งแต่วันที่โจทก์จำเลยลงชื่อกับพิมพ์ลายนิ้วมือในคำเปรียบเทียบนั้น ถือได้ว่าโจทก์ได้บอกเลิกการเช่าที่นาพิพาทชอบด้วยพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๓๙ แล้ว เมื่อไม่ปรากฏว่าคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำอำเภอยับยั้งการบอกเลิกการเช่านาของโจทก์ไว้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3548/2526
นายประกอบ พันธุ์จบสิงห์ โจทก์
นายแจ่ม พันธุ์เอก ที่ 1 กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประกอบ พันธุ์จบสิงห์ · จำเลย - นายแจ่ม พันธุ์เอก ที่ 1 กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสมา รัตนมาลัย · อุดม บรรลือสินธุ์ · พูน จักรเสน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสมบัติ อรรถพิมล · ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ รักขพันธุ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา