⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3971/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3971/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การนำสืบของจำเลยต้องสอดคล้องกับคำให้การในประเด็นข้อพิพาท หากนำสืบนอกประเด็น ศาลจะรับฟังไม่ได้ * การนำเช็คเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินก่อนถึงกำหนดวันสั่งจ่ายสามารถทำได้ โดยธนาคารจะพิจารณาจ่ายเมื่อเช็คถึงกำหนด * ผู้ทรงเช็คมีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ผู้รับอาวัลให้รับผิดใช้เงินตามเช็คได้ เมื่อเช็คถึงกำหนดแล้วไม่มีการใช้เงิน ผู้รับอาวัลย่อมตกเป็นผู้ผิดนัดโดยมิต้องบอกกล่าวก่อน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การว่าหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ไม่ถูกต้อง เป็นหนังสือปลอมแต่มิได้อ้างว่าไม่ถูกต้องอย่างไร ปลอมอย่างไร จำเลยไม่มีสิทธินำสืบว่าใบมอบอำนาจนั้นปลอม เมื่อโจทก์นำสืบว่าได้มีการมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจฟ้องข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามนั้น จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดตามเช็คเพราะผู้รับมอบอำนาจโจทก์และจำเลยอีกคนหนึ่งคบคิดกันฉ้อฉลหลอกให้จำเลยลงชื่อสลักหลังเช็คพิพาท แต่ในชั้นพิจารณากลับนำสืบว่า เช็คพิพาทมีมูลจากการพนันจึงไม่ต้องใช้เงิน ดังนี้เป็นการนำสืบนอกประเด็นรับฟังไม่ได้ การที่โจทก์นำเช็คพิพาทเข้าบัญชีของโจทก์ก่อนถึงกำหนดวันสั่งจ่ายในเช็คย่อมกระทำได้ เป็นเรื่องที่ธนาคารจะเรียกเก็บเงินจากธนาคารตามเช็คและธนาคารตามเช็คจะพิจารณาจ่ายเมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนด เพราะไม่มีบทกฎหมายบังคับให้ต้องนำเช็คเข้าบัญชีต่อเมื่อเช็คถึงกำหนดสั่งจ่ายก่อน บัญชีของจำเลยที่ 1 ผู้สั่งจ่ายปิดไปแล้วก่อนที่เช็คพิพาทถึงกำหนด โจทก์นำเช็คพิพาทซึ่งเป็นเช็คสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแจ้งว่าเช็คลงวันที่ล่วงหน้า โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงย่อมใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยที่ 2 ผู้รับอาวัลให้รับผิดใช้เงินตามเช็คได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 959 และมาตรา 989 และเมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนดแล้วไม่มีการใช้เงิน จำเลยที่ 2ผู้รับอาวัลย่อมตกเป็นผู้ผิดนัดโดยมิต้องบอกกล่าวก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.914 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.959 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายอโนทัยฟ้องคดี จำเลยที่ ๑ สั่งจ่ายเช็คจำนวน ๓ ฉบับแก่โจทก์ โดยมีจำเลยที่ ๒ ลงชื่อสลักหลัง เมื่อเช็คถึงกำหนดสั่งจ่ายโจทก์นำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแจ้งว่า เช็คลงวันที่ล่วงหน้า โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยร่วมกันใช้เงินตามเช็ค จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า หนังสือมอบอำนาจปลอม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ได้เช็คพิพาทมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากนายอโนทัยและจำเลยที่ ๑ คบคิดกันฉ้อฉลหลอกลวงให้จำเลยที่ ๒ ลงชื่อสลักหลัง โจทก์นำเช็คไปเข้าบัญชีก่อนถึงกำหนดเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่เคยทวงถามจำเลยที่ ๒ จึงไม่ผิดนัด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็ค จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า โจทก์ฟ้องว่าโจทก์มอบอำนาจให้นายอโนทัยฟ้องคดีนี้ตามเอกสารท้ายฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่าหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ไม่ถูกต้อง เป็นหนังสือปลอม จำเลยที่ ๒ มิได้ให้การว่าหนังสือมอบอำนาจนั้นไม่ถูกต้องอย่างไร ปลอมอย่างไร จำเลยที่ ๒ ไม่มีสิทธินำสืบว่าใบมอบอำนาจนั้นปลอม เมื่อโจทก์นำสืบว่าได้มีการมอบอำนาจให้นายอโนทัยฟ้องตามเอกสารหมาย จ.๒ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามนั้น เมื่อเช็คพิพาทเป็นเช็คซึ่งสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ จำเลยที่ ๑ ลงชื่อเป็นผู้สั่งจ่าย จำเลยที่ ๒ ลงชื่อไว้ด้านหลังเช็คพิพาทอันเป็นการประกัน (อาวัล) สำหรับผู้สั่งจ่ายจำเลยทั้งสองจึงต้องใช้เงินตามเนื้อความแห่งเช็คพิพาทแก่โจทก์ ตามมาตรา ๙๑๔,๙๒๑ และมาตรา ๙๘๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยที่ ๒ ให้การต่อสู้ว่าไม่ต้องรับผิดเพราะนายอโนทัยและจำเลยที่ ๑ คบคิดกันฉ้อฉลหลอกให้จำเลยที่ ๒ ลงชื่อสลักหลังเช็คพิพาท แต่ชั้นพิจารณาจำเลยที่ ๒ กลับนำสืบว่าเช็คพิพาทมีมูลจากการพนันจำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องใช้เงินตามเช็ค เป็นการนำสืบนอกประเด็นที่ให้การรับฟังไม่ได้ จำเลยที่ ๒ ผู้รับอาวัลจึงต้องร่วมรับผิดตามเนื้อความแห่งเช็คพิพาท เช็คพิพาทลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๒๓ วันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๒๓ และวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๓ แม้โจทก์จะนำเช็คพิพาททั้งสามฉบับเข้าบัญชีของโจทก์ก่อนถึงกำหนดวันสั่งจ่ายในเช็ค โจทก์ก็ย่อมทำได้ เป็นเรื่องที่ธนาคารจะเรียกเก็บเงินจากธนาคารตามเช็คและธนาคารตามเช็คจะพิจารณาจ่ายเมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนดต่อไปไม่มีบทกฎหมายบังคับให้ต้องนำเช็คเข้าบัญชีต่อเมื่อเช็คถึงกำหนดสั่งจ่ายก่อน บัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจำเลยที่ ๑ ปิดไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่เช็คพิพาททั้งสามฉบับถึงกำหนดใช้เงิน โจทก์นำเช็คพิพาทเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๒ แจ้งว่าเช็คลงวันที่ล่วงหน้าโจทก์จึงฟ้องเรียกเงินตามเช็คพิพาทเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๒๔ หลังจากที่เช็คพิพาททั้งสามฉบับถึงกำหนดใช้เงินแล้ว การที่บัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจำเลยที่ ๑ ปิด ย่อมไม่มีทางที่ธนาคารจะจ่ายเงินตามเช็คให้โจทก์ได้ ดังนั้นเมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนดใช้เงินแล้วยังไม่มีการใช้เงิน จำเลยที่ ๒ ผู้รับอาวัลย่อมตกเป็นผู้ผิดนัดโดยมิพักต้องบอกกล่าวก่อน โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทจึงใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยที่ ๒ ให้รับผิดใช้เงินตามเช็คได้ ตามมาตรา ๙๕๙ และมาตรา ๙๘๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3971/2526 บริษัทกมลโลหะกิจ จำกัด โจทก์ นายสพโชค ปรางค์ทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทกมลโลหะกิจ จำกัด · จำเลย - นายสพโชค ปรางค์ทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · อำนวย อินทุภูติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ แสนเยีย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 10166/2539ฎีกา 610/2520ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 2307/2518ฎีกา 4838/2548ฎีกา 2732/2534ฎีกา 312/2531ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 6239/2551ฎีกา 149/2526ฎีกา 18343/2556ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1776/2541ฎีกา 3005/2541ฎีกา 119/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา