⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3988/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3988/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลย "บังอาจ" กระทำการฉ้อโกง ย่อมมีความหมายว่าเป็นการกระทำโดยมีเจตนาทุจริตแล้ว

ย่อคำพิพากษา

คำว่า บังอาจ ก็เท่ากับว่ามีเจตนาทุจริตอยู่แล้วที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองได้บังอาจร่วมกันกระทำการฉ้อโกงโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 สัญญาขายที่ดินให้แก่โจทก์แล้วยังนำไปขายฝากแก่จำเลยที่ 2 และไม่ไถ่ถอนทั้งที่ทราบดีว่าโจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาล ย่อมมีความหมายเป็นที่เข้าใจแจ้งชัดแล้วว่าเป็นการกระทำโดยมีเจตนาทุจริตและความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ก็หาได้บัญญัติว่าจะต้องมีเจตนาทุจริตไม่ ฟ้องโจทก์ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรานี้แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.350

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาขายที่ดินตาม น.ส.3 ให้แก่โจทก์กับพวกโดยให้สัญญาจะจดทะเบียนเปลี่ยนสิทธิครอบครองให้โจทก์กับพวกภายในปี พ.ศ. 2515 โจทก์กับพวกเข้าครอบครองที่ดินโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมา แต่จำเลยที่ 1 ไม่ไปจดทะเบียนตามสัญญา ครั้นเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2517 จำเลยทั้งสองบังอาจร่วมกันฉ้อโกงโจทก์โดยจำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมขายฝากที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 แล้วไม่ไถ่ถอนภายใน 1 ปี ตามสัญญา โดยจำเลยทั้งสองทราบดีอยู่แล้วว่า โจทก์กับพวกจะใช้สิทธิทางศาลบังคับให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเปลี่ยนสิทธิครอบครองที่ดินตามสัญญา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350, 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 เห็นว่าไม่มีมูลให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามฟ้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้บังอาจร่วมกันกระทำการฉ้อโกงโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 สัญญาขายที่ดินให้แก่โจทก์แล้วยังนำไปขายฝากแก่จำเลยที่ 2 และไม่ไถ่ถอนทั้งที่ทราบดีว่าโจทก์กับพวกจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาล ดังนี้ ย่อมมีความหมายเป็นที่เข้าใจแจ้งชัดอยู่แล้วว่าเป็นการกระทำโดยมีเจตนาทุจริต เพราะคำ "บังอาจ" ก็เท่ากับว่ามีเจตนาทุจริตอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามความผิดตามมาตรา 350 กฎหมายก็หาได้บัญญัติว่าจะต้องมีเจตนาทุจริตไม่ฟ้องโจทก์ครบองค์ประกอบแห่งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 และชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 แล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3988/2526 นายทา มณีมูล โจทก์ นายเทียนชัย เท็งตระกูล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทา มณีมูล · จำเลย - นายเทียนชัย เท็งตระกูล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โกวิท สุนทรขจิต · กิติ บูรพรรณ์ · ประการ กาญจนศูนย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา