⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 763/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 763/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ผู้ที่มิใช่คู่หมั้นโดยตรง แต่เป็นผู้ที่ให้สินสอดไปเพื่อการหมั้น ย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกสินสอดคืนได้หากมีการผิดสัญญาหมั้น. * การหมั้นเป็นสัญญาที่ฝ่ายชายให้สินสอดแก่ฝ่ายหญิงเพื่อตอบแทนการที่หญิงยอมสมรส.

ย่อคำพิพากษา

การหมั้นเป็นสัญญาซึ่งฝ่ายชายทำกับฝ่ายหญิงโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อชายกับหญิงจะทำการสมรสกัน สินสอดเป็นทรัพย์สินซึ่งฝ่ายชายให้แก่บิดามารดาหรือผู้ปกครองฝ่ายหญิงเพื่อตอบแทนการที่หญิงยอมสมรส โจทก์และ ง. เป็นฝ่ายชายตกลงทำสัญญาหมั้นกับจำเลยทั้งสามฝ่ายหญิงและมอบสินสอดให้ เพื่อให้ ง. กับจำเลยที่ 3 ทำการสมรสกัน เมื่อโจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งสามฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น โจทก์ซึ่งเป็นคู่สัญญาย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามฐานผิดสัญญาหมั้นและเรียกสินสอดคืนได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1439 บัญญัติถึงผู้มีสิทธิเรียกร้องให้รับผิดชดใช้ค่าทดแทนและคืนของหมั้นในกรณีผิดสัญญาหมั้นไม่ว่าฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงแล้วแต่กรณี มิได้บัญญัติแต่เฉพาะชายหรือหญิงคู่หมั้นเท่านั้นที่มีสิทธิเรียกร้องได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1437 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1439 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1440

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบิดานายเงิน เมื่อประมาณต้นเดือนสี่ พ.ศ. ๒๕๒๓ โจทก์ได้ไปสู่ขอและตกลงทำสัญญาหมั้นไว้กับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ บิดามารดาจำเลยที่ ๓ เพื่อให้นายเงินได้ทำการสมรสและอยู่กินเป็นสามีภริยากับจำเลยที่ ๓ ถูกต้องตามกฎหมายต่อไปซึ่งจำเลยทั้งสามก็ตกลงยินยอมด้วย และเรียกร้องค่าสินสอดจากโจทก์เป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาท และตกลงจะจัดพิธีแต่งงานกันตามประเพณีในวันขึ้น ๑๓ ค่ำเดือนสี่ ในวันตกลงทำสัญญาหมั้นโจทก์ได้มอบของหมั้นแก่จำเลยเป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท เมื่อถึงกำหนดแต่งงานก็ได้จัดสุราอาหารเลี้ยงแขกเป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาท เหมารถยนต์จัดขันหมากไปทำพิธีแต่งงานเป็นเงิน ๓๐๐ บาท และรับเงินสินสอดไปแล้ว ฝ่ายจำเลยกลับผิดสัญญาโดยจำเลยที่ ๓ ไม่ยอมร่วมหลับนอนอยู่กินกับนายเงินและไม่ยอมไปจดทะเบียนสมรส จำเลยที่ ๓ ได้พยายามหลบเลี่ยงและโดยรู้เห็นเป็นใจของจำเลยที่ ๑และที่ ๒ ได้หลบหนีไปอยู่กับญาติที่อื่น ทำให้โจทก์ได้รับความอับอายและเสียหายต้องเสียของหมั้น สินสอด ค่าเลี้ยงสุราอาหารแขก ค่าจ้างเหมารถยนต์รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๐,๓๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันใช้ค่าเสียหายและคืนเงินหมั้นกับเงินสินสอดให้โจทก์รวม ๑๐,๓๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสามให้การว่า นายเงินกับจำเลยที่ ๓ ได้แต่งงานตามข้อตกลงและอยู่กินฉันสามีภริยาที่บ้านจำเลยที่ ๑ กับที่ ๒ แล้ว จำเลยเคยแนะนำให้นายเงินไปจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ ๓ ตามกฎหมาย แต่นายเงินไม่ยอมไปจดทะเบียนเองนายเงินได้ตบตีจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ จึงหลบหนีไปอยู่กับญาติ และนายเงินได้หนีจากบ้านจำเลยไปอยู่กับโจทก์ ต่อมาจำเลยที่ ๓ กลับมาอยู่กับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ และยินดีไปจดทะเบียนกับนายเงินเสมอ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าสินสอดคืน ค่าเสียหายไม่เกิน๓๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสืบโจทก์เพียงจบคำซักถามของทนายโจทก์แล้ว เห็นว่าคดีวินิจฉัยได้จึงงดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยทั้งสาม แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง การที่จะวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องเงินตามฟ้องจากจำเลยทั้งสามได้หรือไม่เพียงใด จะต้องอาศัยข้อเท็จจริงจากการนำสืบของคู่ความ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสามแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การหมั้นเป็นสัญญาซึ่งฝ่ายชายทำกับฝ่ายหญิงโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อชายกับหญิงจะทำการสมรสกัน และสินสอดเป็นทรัพย์สินซึ่งฝ่ายชายให้แก่บิดามารดาหรือผู้ปกครองฝ่ายหญิงเพื่อตอบแทนการที่หญิงยอมสมรส สำหรับคดีนี้โจทก์และนายเงินเป็นฝ่ายชายตกลงทำสัญญาหมั้นกับจำเลยทั้งสามฝ่ายหญิงและมอบสินสอดให้เพื่อให้นายเงินกับจำเลยที่ ๓ ทำการสมรสกัน และโจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นฝ่ายหญิงผิดสัญญาหมั้นและไม่ยอมจดทะเบียนสมรส ดังนั้นโจทก์ซึ่งเป็นคู่สัญญาย่อมมีอำนาจฟ้องบังคับจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งฐานผิดสัญญาหมั้นและเรียกสินสอดคืนได้และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๔๓๙ ได้บัญญัติถึงผู้มีสิทธิเรียกร้องให้รับผิดชดใช้ค่าทดแทนและคืนของหมั้นในกรณีผิดสัญญาหมั้น ไม่ว่าฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงแล้วแต่กรณีมิได้บัญญัติแต่เฉพาะชายหรือหญิงคู่หมั้นเท่านั้นที่มีสิทธิเรียกร้องได้ ฉะนั้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 763/2526 นายบุญ เชิญรัมย์ โจทก์ นายเลื่อน มาลัยสวรรค์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญ เชิญรัมย์ · จำเลย - นายเลื่อน มาลัยสวรรค์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถมชัย สิทธิไตรย์ · อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายกีรติ กาญจนรินทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายนิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 421-422/2508ฎีกา 70/2518ฎีกา 4905/2543ฎีกา 945/2491ฎีกา 1336/2518ฎีกา 1507/2531ฎีกา 1092/2539ฎีกา 4836/2536ฎีกา 676/2487ฎีกา 3442/2526ฎีกา 994/2499ฎีกา 564/2518ฎีกา 4853/2538ฎีกา 8954/2549ฎีกา 311/2522ฎีกา 1305/2514ฎีกา 83/2542ฎีกา 384/2494ฎีกา 1166/2487ฎีกา 3296/2566ฎีกา 1392/2542ฎีกา 1117/2535ฎีกา 761/2495ฎีกา 1586/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา