⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 779/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุคคลภายนอกที่มิได้เป็นคู่ความในคดีที่ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลอื่น มีสิทธิพิสูจน์ว่าตนมีสิทธิดีกว่าในทรัพย์สินนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่พิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินในโฉนดที่ ผ. ผู้ตายมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ศาลมีคำสั่งว่าที่พิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย แต่เมื่อ ผ. มิได้เป็นคู่ความในคดีนั้น ผ. จึงเป็นบุคคลภายนอกคดีดังกล่าว มีอำนาจพิสูจน์ได้ว่า ตนมีสิทธิดีกว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา145(2) โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ผ. จึงมีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1719

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางผ่องพรรณ สิงหะ นางผ่องพรรณได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๓๙๓ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี จากคุณหญิงน้อย เทพหัสดิน มารดา เดิมคุณหญิงน้อยให้จำเลยและร้อยตรีมานพ บูรณวิทย์ สามี อาศัยอยู่ในที่ดินโฉนดดังกล่าว เมื่อร้อยตรีมานพถึงแก่กรรมจำเลยคงอาศัยอยู่ต่อมา ครั้นวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๒๒ จำเลยได้ยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์อ้างว่าครอบครองส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดดังกล่าวรวมทั้งที่งอกริมตลิ่ง มาด้วยความสงบเปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของซึ่งเป็นความเท็จ แต่ศาลจังหวัดราชบุรีได้มีคำสั่งว่าที่ดินดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๖๐/๒๕๒๒ โจทก์เป็นบุคคลภายนอกคดีและสามารถพิสูจน์ได้ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของนางผ่องพรรณซึ่งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดก ไม่ประสงค์ให้จำเลยอาศัยอยู่ต่อไป ได้บอกกล่าวให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินนี้แล้ว จำเลยไม่ยอมออก ขอให้บังคับขับไล่จำเลยและบริวาร กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้จัดการมรดกของนางผ่องพรรณ ร้อยตรีมานพ และจำเลยไม่เคยเช่าหรืออาศัยคุณหญิงน้อยหรือนางผ่องพรรณอยู่ในที่พิพาท ร้อยตรีมานพและจำเลยได้ครอบครองที่พิพาท ด้วยความสงบเปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมา ๔๓ ปีเศษ ที่พิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตามคำสั่งของศาลจังหวัดราชบุรีแล้ว จึงผูกพันบุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยไม่ได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวาร กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งจำเลยฎีกาว่า คำสั่งของศาลจังหวัดราชบุรี ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๖๐/๒๕๒๒ วินิจฉัยว่า กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทเป็นของจำเลย คำสั่งดังกล่าวใช้ยันโจทก์ได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง คำร้องของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของนางผ่องพรรณแล้ว นางผ่องพรรณจึงมิใช่บุคคลภายนอกดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพิเคราะห์แล้ว เห็นว่านางผ่องพรรณ สิงหะ ผู้ตายซึ่งมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดแปลงพิพาทมิได้เป็นคู่ความในคดีนั้น นางผ่องพรรณจึงเป็นบุคคลภายนอกคดีดังกล่าว มีอำนาจพิสูจน์ได้ว่า ตนมีสิทธิดีกว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕(๒) โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางผ่องพรรณ สิงหะ จึงมีอำนาจฟ้อง แล้ววินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยอาศัยโจทก์อยู่ในที่พิพาท ค่าเสียหายที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดเหมาะสมแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2526 พลตรีปรีชา สิงหะ โจทก์ นางลิ้นจี่ บูรณวิทย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พลตรีปรีชา สิงหะ · จำเลย - นางลิ้นจี่ บูรณวิทย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พูน จักรเสน · สุนทร วรรณแสง · เสมา รัตนมาลัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นางสาวสมสุข ธีระกาญจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปรานอม มหรรณพ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1760/2548ฎีกา 3405/2537ฎีกา 181/2495ฎีกา 726/2493ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2467/2526ฎีกา 759/2494ฎีกา 79/2501ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 2057/2529ฎีกา 107/2493ฎีกา 3219/2534ฎีกา 4415/2528ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา