คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1063/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ตัวแทนเข้าทำนิติกรรมโดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนย่อมไม่มีผลผูกพันตัวการ เว้นแต่ตัวการจะให้สัตยาบัน
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยที่ 2 ผู้จัดการธนาคารจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นสาขาของธนาคารจำเลยที่ 4 ลงชื่อรับรองการใช้เงินตามเช็คแทนจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นการที่ตัวแทนเข้าทำสัญญากับบุคคลภายนอก แต่ในการเข้าทำสัญญาดังกล่าวจำเลยที่ 2 ได้กระทำไปโดยเห็นแก่ประโยชน์ที่โจทก์ได้ให้เป็นลาภส่วนตัวแก่จำเลยที่ 2 คือโจทก์ยอมรับชำระหนี้ด้วยเช็คและคืนหลักฐานที่จำเลยที่ 2 ยืมเงินจากโจทก์ให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งจะเป็นผลให้จำเลยที่ 2 หลุดพ้นจากการเป็นลูกหนี้โจทก์โดยจำเลยที่ 3 และที่ 4 มิได้ยินยอมในการกระทำของจำเลยที่ 2 ด้วยการเข้าทำสัญญาดังกล่าวจึงไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 825
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาระยองซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้สั่งจ่าย จำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัวได้นำเช็คดังกล่าวมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ ขณะนั้นจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการธนาคารจำเลยที่ 3ซึ่งเป็นสาขาของจำเลยที่ 4 เมื่อโจทก์ร้องขอจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการหรือตัวแทนของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ได้ลงชื่อสลักหลังเช็คดังกล่าวรับรองต่อโจทก์ว่า "เช็คฉบับนี้ใช้เงินได้" หรือ "เป็นผู้สั่งจ่ายที่ดี" พร้อมทั้งประทับตราของธนาคารจำเลยที่ 3 รับรองการกระทำของจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการแสดงว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ยอมตนเข้าผูกพันเป็นลูกหนี้ขั้นต้นในอันที่จะต้องใช้เงินให้แก่โจทก์เมื่อถึงกำหนดชำระ โจทก์นำเช็คฉบับดังกล่าวไปเบิกเงินที่ธนาคารจำเลยที่ 3 ธนาคารจำเลยที่ 3 ปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์
จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ และเฉพาะจำเลยที่ 2 ขาดนัดพิจารณาด้วย
จำเลยที่ 3 ที่ 4 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจสลักหลังเช็คตามฟ้องจำเลยที่ 2 ได้กระทำไปในฐานะส่วนตัว ไม่ผูกพันจำเลยที่ 3 ที่ 4 ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 300,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 2 ลงชื่อรับรองการใช้เงินตามเช็คหมาย จ.1 แทนจำเลยที่ 3 และที่ 4 นั้น เป็นการที่ตัวแทนเข้าทำสัญญากับบุคคลภายนอกแต่การเข้าทำสัญญาดังกล่าวจำเลยที่ 2 ได้กระทำไปโดยเห็นแก่ประโยชน์ที่โจทก์ได้ให้เป็นลาภส่วนตัวแก่จำเลยที่ 2 กล่าวคือ โจทก์ยอมรับชำระหนี้ด้วยเช็คและคืนหลักฐานการยืมเงินจากโจทก์ให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งจะเป็นผลให้จำเลยที่ 2 หลุดพ้นจากการเป็นลูกหนี้โจทก์ โดยจำเลยที่ 3 และที่ 4 มิได้ยินยอมในการกระทำของจำเลยที่ 2 ด้วย การเข้าทำสัญญาดังกล่าวจึงไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 825
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1063/2527
นายทนง นาวาพานิช โจทก์
นายวิระ หรือวีระ สุวรรณโชติ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทนง นาวาพานิช · จำเลย - นายวิระ หรือวีระ สุวรรณโชติ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิยม ติวุตานนท์ · ศักดิ์ สนองชาติ · ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา