⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1756/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1756/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องให้เพียงพอที่จะให้จำเลยทราบข้อหาและต่อสู้คดีได้ โดยไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดทั้งหมด หากข้อเท็จจริงที่ขาดไปสามารถอนุมานได้จากเอกสารท้ายฟ้องหรือพฤติการณ์อื่นที่ปรากฏในสำนวน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ได้รับประทานบัตรทำเหมืองแร่ซึ่ง ตั้งอยู่ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และแนบสำเนาภาพถ่ายประทานบัตรรวมทั้งแผนที่ของประทานบัตรมาท้ายฟ้องด้วย แม้จะมิได้บรรยายถึงบริเวณที่ดินซึ่งจำเลยบุกรุก ว่าอยู่ตอนใดทิศไหน กว้างยาวเท่าไร และติดต่อกับอะไรบ้างก็ตาม แต่ก็ได้บรรยายว่าเรื่องที่จำเลยบุกรุกนี้โจทก์ ได้ไปร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่อำเภอ เจ้าหน้าที่ได้ไกล่เกลี่ยให้จำเลยออกไปพร้อมทั้งแนบสำเนาภาพถ่ายใบยอมความมาท้ายฟ้องด้วย ดังนั้น จำเลยย่อมจะทราบแล้วว่า บริเวณที่โจทก์ กล่าวหาว่าบุกรุกนั้นอยู่ตอนใด ทิศไหน กว้างยาวเท่าไรและติดต่อกับอะไรบ้าง คำฟ้องของโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ประทานบัตรของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ประทานบัตรของโจทก์ จำเลยให้การปฏิเสธ และต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ปัญหาวินิจฉัยมีว่าฟ้องโจทก์เคลือบคุลมหรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ได้รับประทานบัตรทำเหมืองแร่ซึ่งตั้งอยู่ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และได้แนบสำเนาภาพถ่ายประทานบัตรพร้อมทั้งแผนที่ของประทานบัตรมาท้ายฟ้องด้วย ส่วนที่ดินซึ่งโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยบุกรุกนั้น โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ประทานบัตรของโจทก์เนื้อที่ประมาณ ๑๑ ไร่ แม้โจทก์มิได้บรรยายถึงบริเวณที่ดินซึ่งจำเลยบุกรุกว่าอยู่ตอนใด ทิศไหน กว้างยาวเท่าไร และติดต่อกับอะไรบ้างก็ตาม แต่โจทก์ก็ได้บรรยายว่าเรื่องที่จำเลยบุกรุกนี้ โจทก์ได้ไปร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่อำเภอเบตง เจ้าหน้าที่ไกล่เกลี่ยให้จำเลยออกไปจากที่ประทานบัตรของโจทก์ พร้อมทั้งแนบสำเนาภาพถ่ายใบยอมความมาท้ายฟ้องด้วย ดังนั้นจำเลยย่อมจะทราบแล้วว่าบริเวณที่โจทก์กล่าวหาว่าบุกรุกนั้นอยู่ตอนไหน ทิศไหน กว้างยาวเท่าไร และติดต่อกับอะไรบ้าง ในคำให้การของจำเลยที่ปฏิเสธว่ามิได้บุกรุกก็อ้างเพียงว่า ยังมิได้มีการรังวัดสอบเขตว่าบริเวณที่ดิน ซึ่งจำเลยปลูกต้นผลไม้จะรุกล้ำเข้าไปในเขตประทานบัตรหรือไม่ แสดงว่าจำเลยทราบแล้วว่าบริเวณที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยบุกรุกนั้นอยู่ตรงไหน คำฟ้องของโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ แล้ว พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1756/2527 นายคิรินทร์ กาญจนภูมิ โจทก์ นายมุ่ยชิด แซ่ลิ่ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายคิรินทร์ กาญจนภูมิ · จำเลย - นายมุ่ยชิด แซ่ลิ่ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · ประสาท บุณยรังษี · ประสาท บุณยรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเบตง - นายสกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง กลั่นสุภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2383/2536ฎีกา 759/2519ฎีกา 6196/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา