⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2792/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2792/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของลูกจ้างจะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายอันเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ ต้องพิจารณาจากการกระทำนั้นโดยเฉพาะ จะนำความผิดครั้งก่อนๆ มาประกอบพิจารณาไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อไม่ปรากฏว่าข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน ของนายจ้างเป็นอย่างไร การจะปรับว่าการกระทำของลูกจ้าง เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายอันเป็นกรณีร้ายแรงย่อมปรับไม่ได้ ดังนั้นการที่ลูกจ้างซึ่งเป็นพนักงานขับรถให้พนักงานยกของเฝ้ารถไว้แล้วโทรศัพท์บอกนายจ้างว่าตนจะไม่นำรถกลับเพราะทางราชการห้ามมิให้รถบรรทุกวิ่งในช่วงเวลานั้น เป็นเหตุผลอันสมควรสำหรับลูกจ้างจะถือว่าการละทิ้งรถ ในลักษณะนี้ เป็นกรณีที่ร้ายแรงยังไม่ได้ การที่จะพิจารณาว่าการกระทำใดของลูกจ้างเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายอันเป็นกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่นั้น จักต้องพิจารณาจากการกระทำนั้น โดยเฉพาะ จะนำเอาความผิดครั้งก่อนๆมาพิจารณาประกอบแล้วถือว่าการกระทำครั้งหลังเป็นกรณีที่ร้ายแรงหาชอบไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำเป็นพนักงานขับรถส่งของ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด ไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ไม่จ่ายค่าชดเชยเป็นการบอกเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหาย กับให้ชำระดอกเบี้ยสำหรับเงินต้นสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ขับรถส่งของแล้วไม่ยกของลงจากรถส่งให้แก่ผู้รับตามหน้าที่กับละทิ้งหน้าที่ คือ โจทก์ขับรถส่งของเสร็จแล้วไม่นำรถกลับโรงงาน กลับละทิ้งรถไว้ จำเลยต้องนำรถกลับเอง เป็นการบกพร่องต่อหน้าที่ ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับอย่างร้ายแรง การเลิกจ้างของจำเลยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ขับรถส่งของตามหน้าที่แล้วย่อมมีหน้าที่ขับรถกลับด้วย แม้ช่วงเวลา ๑๖ ถึง ๑๘ นาฬิกา ทางราชการห้ามรถบรรทุกวิ่งก็หาให้โจทก์พ้นหน้าที่ต้องขับรถกลับไม่ การกระทำของโจทก์จึงเป็นการขัดคำสั่ง ถือได้ว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ให้ถูกต้องและสุจริต การเลิกจ้างของจำเลยจึงมีสาเหตุอันสมควรมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมอันจำเลยจะต้องรับผิดต่อความเสียหาย และจำเลยเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า แต่การที่โจทก์จอดรถทิ้งไว้โดยมีพนักงานยกของเฝ้าไว้และโจทก์ยังได้แจ้งทางโทรศัพท์ให้จำเลยส่งคนไปขับรถกลับได้โดยเรียบร้อย เป็นการขัดคำสั่งมิใช่เป็นกรณีที่ร้ายแรง โจทก์ไม่เคยถูกตักเตือนในเรื่องนี้มาก่อน เมื่อจำเลยเลิกจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีนี้คู่ความมิได้ส่งข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยต่อศาลเพื่อให้ศาลพิเคราะห์ว่าการกระทำของโจทก์นั้นเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายอันเป็นกรณีที่ร้ายแรงตามที่จำเลยต่อสู้หรือไม่ ดังนั้นการจะปรับว่าการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายอันเป็นกรณีที่ร้ายแรงย่อมปรับมิได้ การที่โจทก์ให้พนักงานยกของเฝ้ารถไว้แล้วแจ้งทางโทรศัพท์ให้จำเลยทราบว่าตนไม่สามารถนำรถกลับได้ เพราะทางราชการห้ามมิให้รถบรรทุกวิ่งในช่วงเวลา๑๖ นาฬิกา ถึง ๑๘ นาฬิกา นั้น เป็นเหตุผลอันสมควรสำหรับโจทก์จึงจะถือว่าการทิ้งรถในลักษณะนี้เป็นกรณีที่ร้ายแรงยังไม่ได้ การที่พิจารณาว่าการกระทำใดของลูกจ้างเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายอันเป็นกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่นั้น จักต้องพิจารณาจากการกระทำนั้นโดยเฉพาะ จะนำเอาความผิดครั้งก่อน ๆ มาพิจารณาประกอบแล้วถือว่าการกระทำครั้งหลังเป็นกรณีที่ร้ายแรงหาชอบไม่ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗(๓)ได้เปิดโอกาสให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยในกรณีที่ลูกจ้างกระทำความผิดไม่ร้ายแรงอยู่แล้ว ทั้งนี้โดยให้ตักเตือนเป็นหนังสือก่อนสำหรับความผิดนั้น เมื่อประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ เปิดโอกาสให้จำเลยดังกล่าว จำเลยจะนำเอาความผิดครั้งก่อนมาประกอบการพิจารณาสำหรับความผิดครั้งหลังให้เป็นกรณีที่ร้ายแรงย่อมไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2792/2527 นายเกษม จงงดงาม โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงพิมพ์นิยมกิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเกษม จงงดงาม · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงพิมพ์นิยมกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จุนท์ จันทรวงศ์ · ขจร หะวานนท์ · สุรัช รัตนอุดม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสมมาตร พรหมานุกูล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3371/2527ฎีกา 3591/2529ฎีกา 674/2526ฎีกา 2599/2541ฎีกา 2542/2533ฎีกา 3070/2529ฎีกา 4921/2532ฎีกา 3431/2542ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 97-98/2529ฎีกา 2257/2543ฎีกา 3117/2543ฎีกา 1352/2542ฎีกา 3908/2524ฎีกา 3852/2535ฎีกา 3903/2524ฎีกา 4042/2542ฎีกา 2030/2528ฎีกา 3199/2525ฎีกา 295/2541ฎีกา 3026/2538ฎีกา 2746/2531ฎีกา 116/2543ฎีกา 4490/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา