⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3088/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3088/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ขับรถตัดหน้ารถยนต์ผู้อื่นในระยะกระชั้นชิดอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ มาตรา 52 วรรคแรกและไม่ให้สัญญาณก่อนเลี้ยว ฝ่าฝืนมาตรา 36 จนรถที่จำเลยที่ 2ขับมาในเส้นทางของตนตามปกติชนกับรถของจำเลยที่ 1ดังนี้ เป็นความประมาทของจำเลยที่ 1 โดยตรงหาใช่เพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นอุบัติเหตุไม่ ผู้เสียหายมีบาดแผลฉีกขาดบนใบหน้าหลายแห่งต้องเย็บตามคิ้วเปลือกตาบนและที่แก้ม เมื่อแผลหายจะมีแผลเป็นติดใบหน้า มองเห็นได้ชัดเจนในระยะ 15 เมตร ถือได้ว่าหน้าเสียโฉมอย่างติดตัวอันเป็นอันตรายสาหัสแล้ว จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ลงโทษตามมาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนัก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 52, 151, 157 ให้ลงโทษฐานขับรถประมาทมีผู้ได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 3 เดือน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง3 เดือน ให้ยกฟ้อง สำหรับจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมานั้น การที่จำเลยเลี้ยวกลับรถเช่นนั้น จำเลยที่ 1 ได้ใช้ความระมัดระวังแล้ว แต่เป็นเพราะเหตุสุดวิสัยและเป็นอุบัติเหตุ รถจึงเกิดชนกัน ไม่ใช่ความประมาทของจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ขับรถเลี้ยวโดยกระทันหัน ตัดหน้ารถของจำเลยที่ 2 อย่างกระชั้นชิด และก่อนเลี้ยวรถจำเลยที่ 1 ไม่ได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว จึงเป็นเหตุให้รถยนต์ของจำเลยทั้งสองชนกัน ซึ่งศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้ว การที่จำเลยที่ 1 ขับรถตัดหน้ารถยนต์ผู้อื่นในระยะกระชั้นชิด อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 52 วรรคแรก และไม่ให้สัญญาณก่อนเลี้ยว ฝ่าฝืนมาตรา 36 จนรถที่จำเลยที่ 2 ขับมาในเส้นทางของตนตามปกติเกิดชนกับรถของจำเลยที่ 1 พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นความประมาทของจำเลยที่ 1โดยตรง หาใช่เพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นอุบัติเหตุดังจำเลยที่ 1 ฎีกาไม่ ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าบาดแผลซึ่งนางเครือวัลย์ ขุนสนิทผู้เสียหายได้รับไม่ถึงกับทำให้หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว ไม่เป็นอันตรายถึงสาหัสนั้นผู้เสียหายมีบาดแผลปรากฏตามคำให้การของแพทย์หญิงศรีสุกัญญาธีรศาสตร์เอกสารหมาย จ.6 ที่คู่ความรับกันคือ บริเวณคิ้วขวายาว 4 เซนติเมตร เปลือกตาขวาด้านบนยาว 1 เซนติเมตร หัวตาขวาฉีกยาว1 เซนติเมตรแผลฉีกที่คิ้วขวายาว 2 เซนติเมตร หัวคิ้วซ้ายฉีกยาว 3 เซนติเมตร บริเวณแก้มซ้าย 3 แห่ง ยาวแห่งละ 1 เซนติเมตร ถลอกที่จมูก บาดแผลรักษาประมาณ 10 วัน ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อน หลังจากบาดแผลหายแล้ว จะมีแผลเป็นติดใบหน้ามองเห็นได้ชัดเจนในระยะ 15 เมตร และปรากฏตามคำเบิกความของร้อยตำรวจตรีวีระชัย วันกนกกุล พนักงานสอบสวนว่าหลังเกิดเหตุ 2 วันพบผู้เสียหายเห็นมีรอยแผลถูกเย็บบริเวณใบหน้าหลายแห่ง เห็นว่า บาดแผลฉีกขาดบนใบหน้าหลายแห่งต้องเย็บตามคิ้ว เปลือกตาบนและที่แก้ม เมื่อแผลหายจะมีแผลเป็นติดใบหน้า มองเห็นได้ชัดเจนในระยะ15 เมตร ถือได้ว่าหน้าเสียโฉมอย่างติดตัว อันเป็นอันตรายสาหัสแล้ว ปัญหาสุดท้ายที่จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้รอการลงโทษจำเลยที่ 1 ไว้นั้น เห็นว่าการที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด3 เดือน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังมีกำหนด 3 เดือน จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษเป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3088/2527 อัยการกรมอัยการ โจทก์ นายกิมเฮี้ยง แซ่ตั้ง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายกิมเฮี้ยง แซ่ตั้ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ บุญเลี้ยง · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ยนต์ พิรวินิจ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2278/2525ฎีกา 328/2466ฎีกา 704/2472ฎีกา 688/2467ฎีกา 3863/2525ฎีกา 1814/2539ฎีกา 3/2483ฎีกา 4678/2555ฎีกา 108/2473ฎีกา 5494/2534ฎีกา 16572/2555ฎีกา 3825/2528ฎีกา 4573/2528ฎีกา 1001/2464ฎีกา 1002/2467ฎีกา 943/2481ฎีกา 52/2513ฎีกา 392/2512ฎีกา 640/2464ฎีกา 796/2471ฎีกา 6505/2555ฎีกา 546/2468ฎีกา 73/2466ฎีกา 10544/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา