⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 945/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 945/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การชำระหนี้จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อได้ชำระแก่เจ้าหนี้หรือผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้เท่านั้น พนักงานของบริษัทที่ไม่มีอำนาจรับชำระหนี้แทน ไม่ถือว่าเป็นการชำระหนี้โดยชอบ

ย่อคำพิพากษา

การชำระหนี้จะต้องกระทำให้แก่ตัวเจ้าหนี้หรือบุคคลผู้มีอำนาจรับชำระหนี้แทนเจ้าหนี้ ท. เป็นเพียงพนักงานฝ่ายขายของโจทก์ มีหน้าที่เพียงนำรถยนต์ที่จำเลยสั่งซื้อทะเบียนและเอกสารต่างๆ ไปส่งมอบให้แก่จำเลยเท่านั้นไม่มีหน้าที่เก็บเงินหรือรับชำระหนี้แทนโจทก์ท. จึงมิใช่ผู้ที่มีอำนาจรับชำระหนี้แทนโจทก์การที่จำเลยชำระหนี้ค่ารถยนต์ให้แก่ ท. จึงไม่ถือว่าเป็นการชำระหนี้โดยชอบ ภาพถ่ายจากต้นฉบับใบเสร็จรับเงินซึ่งเก็บรักษาไว้ที่กองทะเบียนซึ่งท. นำไปขอเก็บเงินจากจำเลยก็มิใช่ใบเสร็จตามนัยของมาตรา 318 จึงถือได้ว่าจำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้ค่ารถยนต์แก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.315 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.318

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ตกลงซื้อรถยนต์เก๋งคันหมายเลขทะเบียน ๙ค-๗๙๑๒และหมายเลขทะเบียน ๙ค-๗๙๑๓ ราคาคันละ ๓๙๓,๐๐๐ บาท จำเลยได้รับมอบรถยนต์ทั้งสองคันไปจากโจทก์เรียบร้อยแล้ว ต่อมาโจทก์มอบให้พนักงานไปเก็บเงินค่ารถดังกล่าวจากจำเลย จำเลยปฏิเสธโดยอ้างว่าได้ชำระแล้วขอให้ศาลพิพากษาบังคับ จำเลยให้การว่าได้ชำระราคารถยนต์ทั้งสองคันให้แก่โจทก์แล้ว ขอให้ยกฟ้องให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๗๙๐,๑๒๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ส่งมอบรถยนต์ที่สั่งซื้อพร้อมทั้งทะเบียนรถยนต์ให้แก่จำเลยก่อนจะมีการชำระราคา ในการทำทะเบียนรถยนต์ให้แก่จำเลยนั้น โจทก์จะต้องออกใบเสร็จรับเงินล่วงหน้าปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนมอบให้เจ้าหน้าที่ไปพร้อมเอกสารอื่น เพราะถ้าไม่มีใบเสร็จรับเงินเจ้าพนักงานจะไม่ออกทะเบียนให้ ใบเสร็จรับเงินที่นำไปทำทะเบียนนี้เป็นต้นฉบับจะต้องเก็บรักษาไว้ที่กองทะเบียน ภายหลังจากส่งมอบรถยนต์และทะเบียนให้แก่จำเลยแล้ว ปรากฏว่านายประทักษ์เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายของโจทก์ได้นำภาพถ่ายของต้นฉบับใบเสร็จรับเงินที่เก็บรักษาไว้ที่กองทะเบียนไปขอเก็บเงินค่ารถจากจำเลย จำเลยได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินค่ารถยนต์ทั้งสองคันให้นายประทักษ์รับไปเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายเช็คเอกสารหมาย ล.๑๔ นายประทักษ์ ได้ปลอมลายมือชื่อนายชัช จูตระกูล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์สลักหลังเช็คและประทับตราบริษัทนำเข้าบัญชีของนายประทักษ์เอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวแล้วหลบหนีไป โจทก์จึงมาฟ้องกล่าวอ้างว่าจำเลยยังมิได้ชำระค่ารถยนต์ฝ่ายจำเลยอ้างว่าได้ชำระราคารถยนต์ให้กับนายประทักษ์พนักงานของโจทก์ไปแล้ว และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๓๑๕ บัญญัติว่า การชำระหนี้จะต้องกระทำให้แก่ตัวเจ้าหนี้หรือบุคคลผู้มีอำนาจรับชำระหนี้แทนเจ้าหนี้นายประทักษ์เป็นเพียงพนักงานฝ่ายขายของโจทก์ มีหน้าที่เพียงนำรถยนต์ที่จำเลยสั่งซื้อทะเบียนและเอกสารต่าง ๆไปส่งมอบให้แก่จำเลยเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ไปเก็บเงินหรือรับชำระหนี้แทนโจทก์แต่ประการใดนายประทักษ์จึงมิใช่ผู้ที่มีอำนาจรับชำระหนี้แทนโจทก์ อย่างไรก็ดี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๑๘บัญญัติว่า บุคคลผู้ถือใบเสร็จเป็นสำคัญก็มีสิทธิที่จะรับชำระนี้ได้ จึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าการที่จำเลยชำระค่ารถยนต์ให้แก่นายประทักษ์จะถือว่าเป็นการชำระหนี้ให้แก่ผู้ถือใบเสร็จตามมาตรา ๓๑๘ หรือไม่ ปรากฏจากคำเบิกความของนายธนัญผู้จัดการฝ่ายขายของโจทก์ และนายสุชาติหัวหน้าแผนกเก็บเงินของโจทก์ว่า ในการออกใบเสร็จรับเงินล่วงหน้า เพื่อไปจัดทำทะเบียนรถให้แก่จำเลยนั้น โจทก์ไม่ได้ถ่ายสำเนาใบเสร็จที่นำไปจดทะเบียนไว้ แต่โจทก์มีคู่ฉบับใบเสร็จดังกล่าวในการเก็บเงิน พนักงานเก็บเงินก็จะถือคู่ฉบับใบเสร็จไปเก็บเงิน ดังนั้นภาพถ่ายจากต้นฉบับใบเสร็จซึ่งเก็บรักษาไว้ที่กองทะเบียน ซึ่งนายประทักษ์นำไปขอเก็บเงินจากจำเลยจึงหาใช่ใบเสร็จตามนัยของมาตรา ๓๑๘ ไม่ยิ่งไปกว่านั้นยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า โจทก์จำเลยมีการติดต่อกันอยู่ก่อนแล้ว โดยจำเลยจะส่งรถซึ่งจำเลยรับประกันภัยไว้ไปซ่อมที่โจทก์ การเก็บเงินค่าซ่อมนายชาญณรงค์ก็เป็นผู้มาเก็บเงิน หาใช่นายประทักษ์ไม่ ทั้งการชำระเงินจำเลยก็จะชำระเป็นเช็คขีดคร่อมให้แก่โจทก์ หาใช่เพียงแต่ขีดฆ่าคำว่า "ผู้ถือ"อย่างที่มอบให้แก่นายประทักษ์ไม่ ดังนั้น การที่จำเลยชำระค่ารถยนต์ให้แก่นายประทักษ์จึงหาใช่การชำระหนี้แก่บุคคลผู้ถือใบเสร็จไม่จึงถือได้ว่าจำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้ค่ารถยนต์ให้แก่โจทก์ พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงิน ๗๙๐,๑๒๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 945/2527 บริษัทยูนิเวอร์แซลมอเตอร์ จำกัด โจทก์ บริษัทกรุงเทพประกันภัย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทยูนิเวอร์แซลมอเตอร์ จำกัด · จำเลย - บริษัทกรุงเทพประกันภัย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · ประสาท บุณยรังษี · โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1117/2527ฎีกา 561/2495ฎีกา 6449/2544ฎีกา 2824/2538ฎีกา 7966/2544ฎีกา 3930/2541ฎีกา 2207/2533ฎีกา 1984/2492ฎีกา 1850/2511ฎีกา 3235/2516ฎีกา 1194/2482ฎีกา 1075/2515ฎีกา 499/2541ฎีกา 7313/2537ฎีกา 198/2471ฎีกา 3809/2525ฎีกา 3328/2554ฎีกา 2413/2532ฎีกา 1237/2501ฎีกา 1765/2515ฎีกา 1115/2543ฎีกา 2622/2530ฎีกา 98/2488ฎีกา 1974/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา