คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1634/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แสดงให้เห็นเจตนาฆ่า ต้องเป็นการกระทำที่มุ่งโดยตรงต่อชีวิตหรืออวัยวะสำคัญของบุคคลนั้น หากการกระทำนั้นไม่ถึงขนาดนั้น แต่ทำให้เกิดอันตรายสาหัสแก่กายหรือจิตใจ ถือเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายสาหัส
ย่อคำพิพากษา
ผู้เสียหายและจำเลยต่างมีสามีคนเดียวกันอยู่คนละบ้าน วันเกิดเหตุผู้เสียหายไปหาสามีที่บ้านจำเลยแล้วเกิดโต้เถียงกันในเรื่องหึงหวงสามี จำเลยจึงเอามีดทำครัวมาฟันผู้เสียหายในบ้านทันทีทันใดโดยมิได้คาดคิดมาก่อน ผู้เสียหายถูกจำเลยฟันมีบาดแผลที่หนังศีรษะและข้อศอกข้างขวาแล้วผู้เสียหายล้มลงหมดสติ จำเลยมีโอกาสเลือกฟันผู้เสียหายได้อีก แต่กลับไม่ฟันตรงอวัยวะสำคัญโดยฟันที่ขาข้างซ้ายด้านข้างของผู้เสียหาย บาดแผลทั้งหมดเสียเลือดไม่มาก ไม่ทำให้ถึงแก่ความตายคงมีเฉพาะบาดแผลที่ข้อศอกที่ทำให้ข้อศอกอาจใช้การไม่ได้เท่านั้น และปรากฏว่าใช้เวลารักษา1 เดือน 10 วันหาย เพียงเท่านี้ยังไม่พอที่จะแสดงให้เห็นเจตนาฆ่า จำเลยควรมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยใช้มีดทำครัวฟันผู้เสียหาย ได้รับบาดเจ็บ รักษาบาดแผลที่โรงพยาบาล ๑๐ วัน และมารักษาต่อที่บ้านอีก ๑ เดือนจึงหาย แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ผู้เสียหายถูกจำเลยฟันมีบาดแผลที่หนังศีรษะและข้อศอกข้างขวาแล้วผู้เสียหายล้มลงหมดสติ ดังนั้นบาดแปลที่ขาข้างซ้ายจำเลยจึงฟันเมื่อผู้เสียหายหมดสติแล้ว บาดแผลทั้งหมดเสียเลือดไม่มากไม่ทำให้ถึงแก่ความตาย บาดแผลที่หนังศีรษะก็ไม่ปรากฏว่ากว้างหรือลึกเพียงใดแสดงว่ามิใช่บาดแผลฉกรรจ์ คงมีเฉพาะบาดแผลที่ข้อศอกที่ทำให้ข้อศอกอาจใช้การไม่ได้เท่านั้น และปรากฏว่าใช้เวลารักษา ๑ เดือน ๑๐ วัน สาเหตุสืบเนื่องมาจากผู้เสียหายไปหาสามีที่บ้านจำเลยแล้วเกิดโต้เถียงกันในเรื่องหึงหวงสามีจำเลยจึงเอามีดในครัวมาฟันผู้เสียหายในบ้านทันทีทันใดโดยมิได้คาดคิดมาก่อนและจำเลยมีโอกาสเลือกฟันได้อีกเมื่อผู้เสียหายหมดสติไปแล้ว แต่กลับไม่ฟันตรงอวัยวะสำคํญ แม้ตอนแรกจะฟันถูกศีรษะซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญแต่ก็ไม่รุนแรงเพียงเท่านี้ยังไม่พอที่จะแสดงให้เห็นเจตนาว่าจะฆ่าผู้เสียหาย จำเลยควรมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายสาหัส
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1634/2528
พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม โจทก์
นางสมคิด ป้องหา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม · จำเลย - นางสมคิด ป้องหา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมประสงค์ พานิชอัตรา · ยนต์ พิรวินิจ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครพนม - นายธวัช เศรษฐมงคล · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน นนทแก้ว |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา