⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1698/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1698/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระบุให้ชัดเจนว่าจำเลยได้ทรัพย์สินอะไรไปจากผู้เสียหาย หรือผู้เสียหายต้องสูญเสียเอกสารสิทธิใดไปบ้าง อันเป็นสาระสำคัญของความผิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดฐานฉ้อโกง ไม่ได้บรรยายให้ปรากฏว่าจากการกระทำของจำเลยนั้น จำเลยได้ทรัพย์สินอะไรไปจากโจทก์ หรือโจทก์ต้องถอนทำลายเอกสารสิทธิอะไรไปบ้าง ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่จะต้องกล่าวถึง แม้ฟ้องจะบรรยายว่าจำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คของบุคคลภายนอกที่จำเลยไม่มีอำนาจสั่งจ่ายเพราะจำเลยไม่มีบัญชีเงินฝากในธนาคารตามเช็ค และมอบเช็คให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ก็ตามแต่ก็ไม่ได้ความว่าชำระหนี้อะไร มีมูลหนี้เกี่ยวข้องกันระหว่างโจทก์กับจำเลยอย่างไรอันพอจะแสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ทรัพย์สินไปจากโจทก์เนื่องจากถูกจำเลยหลอกลวง ถือได้ว่าเป็นฟ้องที่ไม่ได้บรรยายการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วย พอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีซึ่งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ และฟ้องโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงเคลือบคลุมด้วย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีตามฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกงไม่ขาดอายุความแต่ฟ้องโจทก์ไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง เป็นฟ้องที่ไม่อาจลงโทษจำเลยได้พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาในชั้นฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดฐานฉ้อโกงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ ความผิดในข้อหานี้โจทก์บรรยายฟ้องสรุปได้ว่าจำเลยลงชื่อสั่งจ่ายเช็คเอง และมอบเช็คดังกล่าวให้กับโจทก์เพื่อชำระหนี้ โจทก์นำเช็คไปขึ้นเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ต่อมาเมื่อต้นเดือนมกราคม ๒๕๒๕ โจทก์ทราบจากธนาคารตามเช็คว่า เช็คตามฟ้องเป็นของบุคคลภายนอก ไม่ใช่ของจำเลยเพราะจำเลยไม่มีบัญชีเงินฝาก จำเลยไม่มีอำนาจลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยทุจริตหลอกลวงโจทก์ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ปกปิดข้อความจริงให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินของโจทก์ ดังนี้ เห็นว่าฟ้องของโจทก์ไม่ได้บรรยายให้ปรากฏว่าจากการกระทำของจำเลยนั้น จำเลยได้ทรัพย์สินอะไรไปจากโจทก์ หรือ โจทก์ต้องถอน ทำลายเอกสารสิทธิอะไรไปบ้างซึ่งเป็นสาระสำคัญที่จะต้องกล่าวถึง แม้ฟ้องจะบรรยายว่าจำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คของบุคคลภายนอกที่จำเลยไม่มีอำนาจสั่งจ่าย เพราะจำเลยไม่มีบัญชีเงินฝากในธนาคารตามเช็คและมอบเช็คให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ความว่าเป็นการชำระหนี้อะไร มีมูลหนี้เกี่ยวข้องกันระหว่างโจทก์กับจำเลยอย่างไรอันพอจะแสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ทรัพย์สินไปจากโจทก์เนื่องจากถูกจำเลยหลอกลวง ถือได้ว่าเป็นฟ้องที่ไม่ได้บรรยายการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีซึ่งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1698/2528 นางสงวน แสงช่วง โจทก์ ร้อยตำรวจโทประยูร นนทสุต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสงวน แสงช่วง · จำเลย - ร้อยตำรวจโทประยูร นนทสุต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)้สกุล เศรษฐสุข · สหัส สิงหวิริยะ · จุนท์ จันทรวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายจรินทร์ ไกรเทพ · ศาลอุทธรณ์ - นายลิขิตต ไชยฤทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 666/2502ฎีกา 1146/2526ฎีกา 2303/2518ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 599/2532ฎีกา 6196/2534ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 5103/2528ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 5723-5724/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา