⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1711/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1711/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจำนองทรัพย์สินเพื่อเป็นประกันหนี้รายหนึ่ง ไม่ได้ทำให้ผู้รับจำนองมีสิทธิบังคับเอาจากทรัพย์สินนั้นเพื่อชำระหนี้รายอื่นที่ผู้จำนองมีต่อตน นอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ในสัญญาจำนอง เว้นแต่จะมีการตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้ง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำนองที่ดินไว้แก่จำเลยเพื่อเป็นประกันหนี้บริษัท ภ.และหนี้ของโจทก์เองเป็นเงิน 180,000 บาท ในวันเดียวกันนั้นโจทก์ทำสัญญาค้ำประกันเงินกู้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีของบริษัท ภ.สัญญาจำนองและสัญญาค้ำประกันจึงแยกต่างหากจากกัน จำเลยมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินซึ่งจำนองในวงเงิน 180,000 บาท พร้อมทั้งค่าอุปกรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 715 เท่านั้น ส่วนหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีของบริษัท ภ. ที่เกินกว่าจำนวนเงินที่จำนองเป็นประกันนั้นเป็นบุคคลสิทธิที่จำเลยจะต้องติดตามบังคับเอาจากโจทก์ตามสัญญาค้ำประกันในฐานะเป็นเจ้าหนี้สามัญ โจทก์จึงมีสิทธิไถ่จำนองได้โดยไม่ต้องชำระหนี้ของบริษัท ภ. ซึ่งนอกเหนือจากหนี้จำนอง เมื่อสัญญาจำนองมิได้กำหนดระยะเวลาไถ่ถอนไว้ และโจทก์ผู้จำนองแสดงความจำนงขอไถ่ถอนจำนองแล้ว จำเลยจะไม่ยอมให้ไถ่ถอนจำนองโดยอ้างว่า โจทก์ยังมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระหนี้ค้ำประกันอยู่อีกไม่ได้ เพราะเป็นความรับผิดตามสัญญาคนละฉบับซึ่งแยกต่างหากจากกันและไม่เกี่ยวข้องกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.715

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้จำนองที่ดินไว้ต่อจำเลยเพื่อเป็นประกันหนี้ของบริษัทโภคะนิมิตธัญญพืช จำกัดและหรือของโจทก์เอง ซึ่งหากจะได้เป็นหนี้ต่อไปทั้งหมดเป็นเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท โจทก์ไม่ประสงค์ที่จะจำนองเป็นประกันต่อไปอีกจึงติดต่อกับจำเลยขอทราบยอดหนี้ที่โจทก์จะต้องรับผิดตามสัญญาจำนองเพื่อจะได้ไถ่ถอนจำเลยเพิกเฉย จึงขอให้บังคับจำเลยจดการยินยอมให้โจทก์ไถ่ถอนจำนอง จำเลยให้การว่า โจทก์ได้จำนองที่ดินเป็นเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาทเพื่อเป็นประกันหนี้ของบริษัทโภคะนิมิตรธัญญพืช จำกัดและหรือของโจทก์เอง นอกจากนั้นโจทก์ยังทำสัญญาค้ำประกันของบริษัทโภคะนิมิตธัญญพืช จำกัด ซึ่งโจทก์ยินยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมให้ไว้แก่จำเลยอีก บริษัทโภระนิมิตธัญญพืช จำกัด เป็นลูกหนี้จำเลยเป็นเงิน ๗,๓๖๔,๑๙๐.๘๙ บาท บริษัทโภคะนิมิตธัญญพืช จำกัด และโจทก์ยังไม่ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองให้จำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับไถ่ถอนจำนองที่ดินของโจทก์ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้โจทก์ชำระดอกเบี้ยตามอัตราและจำนวนเงินในสัญญาจำนองตามฟ้องจนถึงวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๒๔ ให้แก่จำเลยด้วย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.๑ หรือ ล.๒ เป็นสัญญาที่โจทก์เอาทรัพย์สินคือที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๑๘๑๔๖ ตราไว้แก่จำเลยผู้รับจำนองเป็นประกันการชำระหนี้ของบริษัทโภคะนิมิตรธัญญพืช จำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๓ ลักษณะ ๑๒ เป็นการประกันด้วยทรัพย์ซึ่งก่อสิทธิแก่จำเลยผู้รับจำนองให้มีสิทธิเหนือทรัพย์สินที่จำนองเป็นทรัพย์สิทธิประเภทหนึ่งซึ่งผู้รับจำนองมีสิทธิบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินที่จำนองโดยตรง ไม่ว่าทรัพย์สินนั้นผู้จำนองจะได้โอนไปยังบุคคลอื่นแล้วหรือไม่ก็ตาม และจำเลยผู้รับจำนองยังมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินนที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญอีกด้วย ส่วนสัญญาค้ำประกันเงินกู้เอกสารหมาย ล.๓ แม้จะได้ทำขึ้นในวันเดียวกันกับสัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.๑ หรือล.๒ และมีวัตถุประสงค์ในการประกันหนี้รายเดียวกันคือหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีของบริษัทโภคะนิมิตธัญญพืช จำกัด ก็ตาม แต่สัญญาค้ำประกันเงินกู้เอกสารหมาย ล.๓ เป็นสัญญาค้ำประกันด้วยบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๓ ลักษณะ ๑๑ ซึ่งเป็นบุคคลสิทธิ ที่จำเลยผู้เป็นเจ้าหนี้จะต้องติดตามบังคับเอาแก่โจทก์ผู้ค้ำประกันในเมื่อบริษัทโภคะธัญญพืช จำกัด ลูกหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีผิดนัดไม่ชำระหนี้ และสิทธิและจำเลยตามสัญญาค้ำประกันเงินกู้เอกสารหมาย ล.๓ ก็เป็นเพียงสิทธิของเจ้าหนี้สามัญ หามีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินของโจทก์ผู้ค้ำประกันก่อนเจ้าหนี้อื่นแต่อย่างใดไม่ สัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.๑ หรือ ล.๒ และสัญญาค้ำประกันเงินกู้เอกสารหมาย จ.๓ จึงแยกต่างหากจากกัน หามีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันไม่เมื่อสัญญาจำนองระบุจำนวนเงินที่จำนองไว้เป็นจำนวนเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท โดยชัดแจ้งจำเลยมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินซึ่งจำนองในวงเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งค่าอุปกรณ์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๑๕ เท่านั้นส่วนหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีของบริษัทโภคะนิมิตธัญญพืช จำกัด ที่เกินกว่าจำนวนเงินที่จำนองเป็นประกันนั้น เป็นบุคคลสิทธิที่จำเลยจะต้องติดตามบังคับเอาจากโจทก์ตามสัญญาค้ำประกันเงินกู้เอกสารหมาย ล.๓ ในฐานะเป็นเจ้าหนี้สามัญ จะบังคับเอาจากทรัพย์สินของโจทก์ที่จำนองไว้แก่จำเลยโดยตรงหาได้ไม่ ฉะนั้น เมื่อสัญญาจำนองมิได้กำหนดระยะเวลาไถ่ถอนไว้ เมื่อโจทก์ผู้จำนองแสดงความจำนงขอไถ่ถอนจำนองแล้ว จำเลยจะไม่ยอมให้ไถ่ถอนจำนองโดยอ้างว่าโจทก์ยังมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระหนี้ค้ำประกันตามสัญญาค้ำประกันเงินกู้เอกสารหมายล.๓ อยู่อีกไม่ได้ เพราะเป็นความรับผิดตามสัญญาคนละฉบับซึ่งแยกต่างหากจากกันและไม่เกี่ยวข้องกัน โจทก์จึงมีสิทธิไถ่ถอนจำนองได้โดยไม่ต้องชำระหนี้ของบริษัทโภคะนิมิตธัญญพืช จำกัด ให้เป็นการเสร็จสิ้นครบถ้วนเสียก่อน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1711/2528 นางสาวกัญญารัตน์ ฐิติจารุไพศาล โจทก์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวกัญญารัตน์ ฐิติจารุไพศาล · จำเลย - ธนาคารกรุงไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย วุฒิจำนงค์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · อภินย์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายชุม สุกแสงเปล่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ จูสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4244/2539ฎีกา 2115/2524ฎีกา 552/2548ฎีกา 1536/2500ฎีกา 8396/2538ฎีกา 1800/2511ฎีกา 795/2545ฎีกา 7569/2549ฎีกา 3219/2534ฎีกา 7913/2551ฎีกา 978/2510ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 6683/2545ฎีกา 230/2501ฎีกา 1808/2512ฎีกา 4610/2534ฎีกา 311/2538ฎีกา 5423/2553ฎีกา 923/2523ฎีกา 156/2513ฎีกา 805/2506ฎีกา 1302/2531ฎีกา 2791/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา