⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1858/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1858/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ปล่อยสินเชื่อเกินอำนาจโดยไม่มีหลักประกันและโอนหนี้ไปให้บริษัทอื่น โดยจำเลยไม่ได้รับประโยชน์และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของโจทก์ร่วม และไม่มีเจตนาทุจริต ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสุขุมวิท ได้ปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าหลายคนโดยไม่มีหลักทรัพย์เป็น ประกัน อันเป็นการเกินอำนาจที่โจทก์ร่วมได้ให้ไว้ ฝ่ายตรวจสอบฯ ของโจทก์ร่วมทราบและได้แจ้งให้จำเลยจัดการแก้ไข จำเลยได้โอนหนี้ของลูกค้าดังกล่าวไปเป็นหนี้ ของ บริษัท บ. รายเดียว เมื่อปรากฏว่าโจทก์ร่วมมีทางจะได้รับชำระหนี้ จากบริษัท บ. และจากหลักทรัพย์ต่างๆ ที่ บริษัท บ. เสนอเป็นประกันหนี้ โดยสิ้นเชิง และการที่จำเลย ปล่อยสินเชื่อดังกล่าว จำเลยไม่ได้รับประโยชน์ แต่อย่างใด ดังนี้ การกระทำของจำเลยหาเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของโจทก์ร่วมแต่อย่างใดไม่ และฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.353

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๓๕๓ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๑๓,๘๑๓,๘๓๖ บาท แก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่โจทก์ร่วม จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยเป็นผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสุขุมวิท ๔๓ โจทก์ร่วมได้ให้อำนาจแก่จำเลยในการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อประเภทรับซื้อลดตั๋วเงินแก่บรรดาลูกค้าของธนาคารได้ รายละไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกันและรายละไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีบุคคลค้ำประกัน จำเลยได้ปล่อยสินเชื่อประเภทรับซื้อลดตั๋วเงินแก่บริษัท บ. และบุคคลอื่นอีกหลายคนรวมเป็นเงิน ๑๓,๘๑๓,๘๓๖ บาท โดยไม่มีหลักทรัพย์เป็นประกัน ต่อมาฝ่ายตรวจสอบฯ ได้มาทำการตรวจสอบพบ จึงมีหนังสือแจ้งให้จำเลยแก้ไขให้ถูกต้อง จำเลยได้จัดการโอนหนี้ดังกล่าวมาเป็นหนี้ของบริษัท บ. แต่รายเดียวโดยมี ธ.ทำสัญญาค้ำประกัน นอกจากนั้นบริษัท บ. ยังได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้และได้เสนอหลักทรัพย์เป็นประกันด้วย ต่อมาบริษัท บ. ได้ผ่อนชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้พร้อมทั้งดอกเบี้ยไปบ้างแล้วประมาณ ๓ ล้านบาท ฯลฯ เมื่อคำนึงถึงหลักประกันของบริษัท บ. และของ ธ. ประกอบกับสัญญาซื้อลดตั๋วเงินยังไม่ขาดอายุความฟ้องร้อง และบริษัท บ. ก็ยังดำเนินกิจการอยู่ย่อมเห็นได้ว่าโจทก์ร่วมมีทางที่จะได้รับชำระหนี้ที่ยังค้างชำระอยู่โดยสิ้นเชิงแม้การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำผิดหน้าที่ของตนก็ตาม แต่ก็หาเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของโจทก์ร่วมแต่อย่างใดไม่ (และพยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต)การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1858/2528 พนักงานอัยการศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด โจทก์ร่วม นางเปรมศิริ ธนะภูมิ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการศาลแขวงพระนครใต้ · โจทก์ร่วม - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด · จำเลย - นางเปรมศิริ ธนะภูมิ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สกุล เศรษฐสุข
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายกิติยาภรณ์ อาตมียะนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ศิลปประสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 96-97/2510ฎีกา 196/2511ฎีกา 2975/2529ฎีกา 822/2506ฎีกา 404/2565ฎีกา 5902/2567ฎีกา 2252/2560ฎีกา 5831/2541ฎีกา 2523/2523ฎีกา 15230/2555ฎีกา 1800/2517ฎีกา 3596/2525ฎีกา 1976-1977/2505ฎีกา 987/2554ฎีกา 355/2515ฎีกา 1461/2522ฎีกา 298/2567ฎีกา 1653/2520ฎีกา 113/2535ฎีกา 1607/2532ฎีกา 1674/2522ฎีกา 115/2535ฎีกา 3163/2540ฎีกา 623/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา