คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1905/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดอาญาที่เกิดขึ้นโดยบันดาลโทสะเพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ย่อมได้รับยกเว้นโทษตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นอาจารย์ใหญ่ส่วนผู้เสียหายเป็นครูอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน ผู้เสียหายขอไปดื่มสุราที่บ้านของจำเลยเพื่อจะ เรียกร้อง ขอเป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ ขณะที่ผู้เสียหายไปถึงบ้านของจำเลยนั้น ผู้เสียหายมีอาการเมาสุรามากแล้ว ครั้นจำเลยปฏิเสธ การขอเป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ ผู้เสียหายก็แสดง อาการไม่พอใจทุบแก้ว และขวดสุราอันเป็นการก้าวร้าวจำเลยซึ่ง เป็นผู้บังคับบัญชา เมื่อจำเลยวิ่งหนีผู้เสียหายก็วิ่งตาม โดยถือคอขวดที่ทุบแตก ซึ่งสามารถใช้เป็นอาวุธได้ในสภาพ เช่นนั้นและยังเข้าโยกราวบันได อันเป็นการพยายาม ทำให้เสียทรัพย์ แล้วกล่าวแก่จำเลยว่า "มึงจะหนีไปไหน" ซึ่งเป็นกิริยาที่พออนุมานได้ว่าผู้เสียหาย จะประทุษร้าย จำเลยโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้พูดหรือแสดงกิริยาอะไร ที่ เป็นการตอบโต้จะเข้าวิวาทกับผู้เสียหาย พฤติการณ์ของผู้เสียหายเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรง ด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยคว้าอาวุธปืนมายิง ผู้เสียหายในขณะนั้นจึงเป็นการกระทำความผิด โดยบันดาลโทสะตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยใช้ปืนยิงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๒๘๘
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๗๒
โจทก์และจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายซึ่งเป็นครูอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน ๑ นัด กระสุนปืนถูกที่บริเวณชายโครงซ้าย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัส เหตุเกิดที่บ้านของจำเลยโดยผู้เสียหายขอไปดื่มสุราที่บ้านของจำเลยเพื่อจะเรียกร้องขอเป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่อันเป็นเหตุแห่งการวิวาทครั้งนี้ ขณะที่ผู้เสียหายไปถึงบ้านของจำเลยนั้นผู้เสียหายมีอาการเมาสุรามากแล้ว
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ผู้เสียหายเมาสุราแล้วเรียกร้องต่อจำเลยขอเป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ ครั้นจำเลยปฏิเสธก็แสดงอาคารไม่พอใจทุบแก้วและขวดสุราอันเป็นการก้าวร้าวจำเลยซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา เมื่อจำเลยวิ่งหนีผู้เสียหายก็วิ่งตามโดยถือคอขวดที่ทุบแตกซึ่งสามารถใช้เป็นอาวุธได้ในสภาพเช่นนั้นและยังเข้าโยกราวบันไดอันเป็นการพยายามทำให้เสียทรัพย์แล้วกล่าวแก่จำเลยว่า "มึงจะหนีไปไหน" ซึ่งเป็นกิริยาที่พออนุมานได้ว่าผู้เสียหายจะประทุษร้ายจำเลยโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้พูดหรือแสดงกิริยาอะไรที่เป็นการตอบโต้จะเข้าวิวาทกับผู้เสียหาย พฤติการณ์ของผู้เสียหายเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยคว้าอาวุธปืนมายิงผู้เสียหายในขณะนั้นจึงเป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒ แล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1905/2528
พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน โจทก์
นายปราโมทย์ ณีวงศ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน · จำเลย - นายปราโมทย์ ณีวงศ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สกุล เศรษฐสุข · สหัส สิงหวิริยะ · จุนท์ จันทรวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำพูน - นายเฉลิมศักดิ์ บุญยงค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย เปล่งวิทยา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา