คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2046/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยสมัครใจเข้าวิวาทและต่อสู้กับผู้ตาย เมื่อจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย จึงไม่อาจอ้างว่าเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายได้
ย่อคำพิพากษา
ย. ผู้ตายมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับจำเลยในตอนบ่ายของวันเกิดเหตุ ครั้นตอนกลางคืน ย. กับพวกมาเรียกจำเลยที่หน้าร้านจำเลยซึ่งปิดแล้วให้ออกไปปรับความเข้าใจกัน จำเลยย่อมทราบดีว่า ย. มาเพื่อก่อเรื่องชวนวิวาท การที่จำเลยเปิดประตูและนำเอาอาวุธปืนออกไปพบกับ ย. กับพวกแล้วเกิดปากเสียงทะเลาะกัน และจำเลยใช้อาวุธปืนที่ตระเตรียมมายิง ย. กับ ว. ถึงแก่ความตายเช่นนี้. แสดงว่าจำเลยกับพวกผู้ตายสมัครใจเข้าวิวาทและต่อสู้กัน แม้จำเลยจะถูกพวกของผู้ตายยิงและทำร้ายได้รับบาดเจ็บ จำเลยก็จะอ้างว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายมิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายยุทธนาและนายวิชัย โดยเจตนาฆ่ากระสุนปืนถูกบุคคลทั้งสองถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘
นายดำรงค์บิดาของผู้ตายทั้งสองได้เข้าเป็นโจทก์ร่วม
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ลงโทษจำคุกและริบของกลาง
โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ ๑๕ นาฬิกาเศษ นายยุทธนาผู้ตายมาที่ร้านจำเลย พูดกับจำเลยเกี่ยวกับเรื่องจำเลยโกรธเคืองกับนายพิชัยและพูดขู่จำเลยว่าให้เตรียมตัวไว้ให้ดี แสดงว่านายยุทธนามีเรื่องทะเลาะวิวาทกับจำเลยมาตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว ครั้นตอนกลางคืนเวลาประมาณ ๒๑.๓๐ นาฬิกา นายยุทธนากับนายพิชัยได้พากันมาที่หน้าร้านจำเลย เรียกจำเลยให้ออกไปปรับความเข้าใจกัน ขณะนั้นร้านจำเลยปิดแล้วจำเลยย่อมทราบดีว่าที่นายยุทธนากับนายพิชัยมาเรียกให้ออกไปปรับความเข้าใจในยามวิกาลเช่นนี้เป็นการมาก่อเรื่องชวนวิวาท เพราะตอนบ่ายก็ทะเลาะโต้เถียงกันมาครั้งหนึ่งแล้ว ถ้าหากจำเลยหลีกเลี่ยงไม่ออกไปเผชิญหน้ากับนายยุทธนากับพวกโดยการนิ่งเฉยไม่เปิดประตูร้านออกไปแล้ว เหตุการณ์ร้ายแรงก็ย่อมจะไม่เกิดขึ้น ฉะนั้นการที่จำเลยเปิดประตูและนำเอาอาวุธปืนออกไปพบกับนายยุทธนากับพวกแล้วเกิดปากเสียงทะเลาะกัน และจำเลยได้ใช้อาวุธปืนที่ตระเตรียมมายิงนายยุทธนากับนายวิชัยถึงแก่ความตายเช่นนี้ แสดงว่าจำเลยกับพวกผู้ตายสมัครใจเข้าวิวาทและต่อสู้กันแม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจำเลยถูกพวกของผู้ตายยิงและทำร้ายได้รับบาดเจ็บด้วยก็ตามจำเลยก็จะอ้างว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันหาได้ไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2046/2528
พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา. โจทก์
นายดำรงค์ หาญสกุล. โจทก์ร่วม
นายไพบูลย์ ประโรมวงศ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา. · โจทก์ร่วม - นายดำรงค์ หาญสกุล. · จำเลย - นายไพบูลย์ ประโรมวงศ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชัย วุฒิจำนงค์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · สำเนียง ด้วงมหาสอน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน นนทแก้ว |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา