⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2437/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2437/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าของรวมในที่ดินที่ถูกยึดทรัพย์ มีสิทธิร้องขอให้ศาลแบ่งแยกหรือกันส่วนกรรมสิทธิ์ของตนออกจากทรัพย์สินที่ถูกบังคับคดีได้ หากมีการตกลงแบ่งแยกกรรมสิทธิ์กันอย่างแน่นอนแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีจะไม่มีอำนาจขายส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องได้

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินมีโฉนดมีชื่อจำเลยและผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ร่วมกัน ผู้ร้องจะร้องขัดทรัพย์เพื่อให้ศาลปล่อยทรัพย์ที่ยึดหาได้ไม่ผู้ร้องซึ่งอยู่ในฐานะเป็นเจ้าของรวมใน โฉนดที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ชอบที่จะร้องขอ ให้ศาลแบ่งส่วนหรือกันส่วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 หากข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินมีโฉนดที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ผู้ร้องเป็นเจ้าของรวมอยู่ 1 ใน 3 ผู้ร้อง ครอบครองเป็นส่วนสัดและปลูกบ้านอยู่อาศัยมา 37 ปีแล้ว จำเลยและผู้ร้องได้ตกลงแบ่งแยกโฉนดออกเป็นส่วนของผู้ร้อง และส่วนของจำเลยทั้งได้แบ่งส่วนที่จำเลยและผู้ร้องถือ กรรมสิทธิ์ร่วมกันเพื่อใช้เป็นทางออกสู่ถนนเจ้าพนักงานที่ดินได้ดำเนินการแบ่งแยกโฉนดเสร็จแล้วเหลือเพียง แต่รอคำสั่งให้ไปจดทะเบียนรับโฉนดที่แบ่งแยกเท่านั้นดังนี้ เห็นได้ว่าที่ดินดังกล่าวได้มีการตกลงแยกกรรมสิทธิ์ ส่วนของเจ้าของรวมเป็นที่แน่นอนแล้วเจ้าพนักงานบังคับคดี ย่อมไม่มีอำนาจที่จะขายส่วนที่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1364

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินค่าที่ดินตามสัญญาซื้อขายที่ดินมีโฉนด ต่อมาจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความชำระเงินแก่โจทก์เป็นงวด ๆ แต่ก็ผิดนัดศาลจึงออกหมายบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยตามคำขอของโจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องถือกรรมสิทธิ์ที่ดินร่วมกับจำเลยแปลงซึ่งถูกยึด ๕๔ ตารางวา ผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินส่วนของผู้ร้องและปลูกบ้านอยู่อาศัยเป็นส่วนสัดมาเป็นเวลากว่า ๓๗ ปีแล้ว จำเลยและผู้ร้องได้ตกลงแบ่งแยกโฉนดเป็นส่วนที่ผู้ร้องและส่วนของจำเลย เจ้าพนักงานได้ดำเนินการแบ่งแยกส่วนของผู้ร้องและจำเลยแล้ว เพียงแต่รอคำสั่งให้ไปจดทะเบียนขอรับโฉนดที่แบ่งแยกไว้เท่านั้น ขอให้ศาลมีคำสั่งให้แบ่งส่วนหรือกันส่วนของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๗ เป็นเนื้อที่ ๕๔ ตารางวา และจำหน่ายเฉพาะส่วนที่เป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องของผู้ร้องว่า "ตามคำร้องเป็นกรณีที่ผู้ร้องควรร้องขัดทรัพย์เข้ามา ให้ยกคำร้อง ค่าธรรมเนียมเป็นพับ" ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า สำหรับปัญหาที่ว่าผู้ร้องชอบที่จะร้องขัดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๘ หรือร้องขอให้ศาลแบ่งส่วนหรือกันส่วนตามมาตรา ๒๘๗ นั้น เห็นว่า การร้องขัดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๘ นั้น จะต้องเป็นกรณีที่ผู้ร้องอ้างว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้ แต่จากข้อเท็จจริงที่บรรยายในฟ้องและคำร้องของผู้ร้องประกอบกับสารบัญจดทะเบียนท้ายสำเนาโฉนดที่ดินเลขที่ ๓๒๐ ท้ายคำร้อง ปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๒๔ หม่อมหลวงสุรพันธ์ โจทก์ที่ ๑ นายเฉียบ โจทก์ที่ ๒ ได้โอนขายเฉพาะส่วนของตนให้แก่ร้อยตำรวจโทมนตรี จำเลยและในวันเดียวกันจำเลยได้จดทะเบียนให้โจทก์ทั้งสองมีบุริมสิทธิในที่ดินของจำเลยสำหรับจำนวนเงินที่ยังค้างชำระ โฉนดที่ดินเลขที่ ๓๒๐ ดังกล่าวจึงมีชื่อจำเลยและผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ดังนั้น ผู้ร้องจะร้องขัดทรัพย์โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเพื่อให้ศาลปล่อยทรัพย์ที่ยึดตามที่ศาลล่างวินิจฉัยหาได้ไม่ ผู้ร้องซึ่งอยู่ในฐานะเป็นเจ้าของรวมในโฉนดที่ดินเลขที่ ๓๒๐ ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไว้ชอบที่จะร้องขอให้ศาลแบ่งส่วนหรือกันส่วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๗ แต่ในการร้องขอกันส่วนหรือแบ่งส่วนของผู้ร้องนั้น ผู้ร้องจะขอให้กันหรือแบ่งที่ดินส่วนของผู้ร้องเนื้อที่ ๕๔ ตารางวา ออกโดยให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายเฉพาะส่วนของจำเลยจะได้หรือไม่ เห็นว่า ตามคำร้องของผู้ร้องอ้างว่าที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๒๐ ซึ่งผู้ร้องเป็นเจ้าของรวมอยู่ ๑ ใน ๓ คิดเป็นเนื้อที่ ๕๔ ตารางวานั้นเปป็นส่วนของผู้ร้องครอบครองเป็นส่วนสัดทางด้านทิศตะวันตกและทิศใต้บางส่วนโดยผู้ร้องปลูกบ้านพักอาศัยมา ๓๗ ปีแล้ว และเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๒๕ จำเลยและผู้ร้องได้ตกลงแบ่งแยกโฉนดออกเป็นส่วนของผู้ร้องเนื้อที่ ๕๔ ตารางวา ส่วนของจำเลย ๑๐๓ ตารางวา ทั้งยังแบ่งส่วนที่จำเลยและผู้ร้องถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ๓ ตารางวาเพื่อใช้เป็นทางเข้าออกสู่ถนนวิสุทธิกษัตริย์ เจ้าพนักงานที่ดินได้ดำเนินการแบ่งแยกโฉนดเสร็จแล้วเหลือเพียงแต่รอคำสั่งให้ไปจดทะเบียนรับโฉนดที่แบ่งแยกเท่านั้นซึ่งถ้าหากข้อเท็จจริงได้ความตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างแล้ว ก็จะเห็นได้ว่าที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๐๒ ได้มีการตกลงแยกกรรมสิทธิ์ส่วนของเจ้าของรวมเป็นที่แน่นอนแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ไม่มีอำนาจที่จะขายส่วนที่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องเทียบตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๑๒/๒๕๑๐ พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2437/2528 หม่อมหลวงสุรพันธ์ สุประดิษฐ์ กับพวก โจทก์ นางชะบา สุประดิษฐ์ณอยุธยา ผู้ร้อง ร้อยตำรวจโทมนตรี คิมประสูตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - หม่อมหลวงสุรพันธ์ สุประดิษฐ์ กับพวก · ผู้ร้อง - นางชะบา สุประดิษฐ์ณอยุธยา · จำเลย - ร้อยตำรวจโทมนตรี คิมประสูตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรานอม มหรรณพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 2503/2523ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 1247/2510ฎีกา 3745/2530ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 1228/2539ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553ฎีกา 39/2524ฎีกา 1492/2510ฎีกา 5640/2541ฎีกา 541/2509ฎีกา 2116/2565ฎีกา 1413/2508ฎีกา 7786/2538ฎีกา 7214/2538ฎีกา 4832/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา