⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2722/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2722/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนทรัพย์สินของลูกหนี้ในระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการขอให้ล้มละลาย หากลูกหนี้เพียงฝ่ายเดียวรู้ว่าเป็นการโอนที่ทำให้เจ้าหนี้รายใดรายหนึ่งได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น ถือว่าเป็นการโอนโดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้รายนั้นได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนการโอนได้ แม้ผู้รับโอนจะสุจริตและมีค่าตอบแทนก็ตาม หากรับโอนภายหลังมีการขอให้ล้มละลายแล้ว ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 มีหนี้สินจำนวนมาก เฉพาะที่มายื่น คำร้องขอรับชำระหนี้ มี 119 ราย เป็นจำนวนหนี้ถึง 262 ล้านบาท ดังนั้นการที่จำเลยที่ 2 รู้อยู่แล้วว่าตนเอง มีหนี้สินเป็นจำนวนมากจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ แต่กลับโอนรถยนต์พิพาทให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายหนึ่งเพื่อเป็นการชำระหนี้ภายในเวลา 3 เดือนก่อนมีการขอให้ ล้มละลาย ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้โอนทรัพย์สิน โดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นตามนัยของ มาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 แล้ว การโอนทรัพย์สินของลูกหนี้ในระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการ ขอให้ล้มละลายตาม มาตรา 115 ถ้าลูกหนี้ซึ่งเป็นผู้โอน ทรัพย์สิน เพียงฝ่ายเดียวรู้ว่าเป็นการโอนที่ทำให้เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งได้เปรียบ เจ้าหนี้อื่นก็เป็นการเพียงพอที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะร้องขอให้เพิกถอนการโอนได้แล้ว บุคคลภายนอกแม้จะรับโอนมาโดยสุจริต และมีค่าตอบแทนแต่หากรับโอนไว้ภายหลังที่มีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายแล้วย่อมไม่ได้รับ ความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 มาตรา 116

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.115 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.116

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์เบ็นซ์ รุ่น ๒๘๐ เอส ได้โอนรถยนต์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ในราคา ๑๗๐,๐๐๐ บาท การโอนดังกล่าวอยู่ในระยะเวลา ๓ เดือน ก่อนมีการขอให้จำเลยที่ ๒ ล้มละลาย โดยมุ่งหมายให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น ต่อมาโจทก์ได้โอนรถยนต์นั้นให้แก่ นายจิรศักดิ์ รัชยะพงษ์ และนายจิรศักดิ์ ได้โอนต่อไปให้ร้อยตรีเติมพล เรืองศิริการรับโอนของนายจิรศักดิ์ และร้อยตรีเติมพล เป็นการรับโอนภายหลังที่มีการฟ้องขอให้จำเลยที่ ๒ ล้มละลาย จึงไม่ได้รับการคุ้มครองตาม มาตรา ๑๑๖ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการโอนรถยนต์เบ๊นซ์ รุ่น ๒๘๐ เอส ให้กลับคืนสู่ฐานะเดิมตามมาตรา ๑๑๕, ๑๑๖ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ หากไม่สามารถคืนกลับสู่ฐานะเดิมได้ก็ขอให้โจทก์ นายจิรศักดิ์ และร้อยตรีเติมพล ร่วมกันชดใช้ราคา ๑๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์และนายจิรศักดิ์ ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการโอนรถยนต์เบ๊นซ์ รุ่น ๒๘๐ เอสหมายเลขทะเบียน กท.ฑ-๒๔๔๕ ระหว่างจำเลยที่ ๒ กับโจทก์ ระหว่างโจทก์กับนายจิรศักดิ์ รัชยะพงษ์ และระหว่างนายจิรศักดิ์ รัชยะพงษ์ กับร้อยตรีเติมพล เรืองศิริและให้กลับสู่ฐานะเดิม หากไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิมได้ ให้ผู้รับโอนทั้งสามร่วมกันใช้เงิน ๑๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๒๔ จนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์และนายจิรศักดิ์ผู้รับโอนฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ โอนรถยนต์พิพาทให้แก่โจทก์ภายในระยะเวลา ๓ เดือน ก่อนมีการขอให้จำเลยที่ ๒ ล้มละลาย และนายจิรศักดิ์กับร้อยตรีกับร้อยตรีเติมพลรับโอนรถยนต์พิพาทต่อมาภายหลังจากที่มีการขอให้จำเลยที่ ๒ ล้มละลายแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การโอนทรัพย์สินของลูกหนี้ในระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการขอให้ล้มละลายตามมาตรา ๑๑๕ แห่ง พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ นั้นถ้าลูกหนี้ซึ่งเป็นผู้โอนทรัพย์สินเพียงฝ่ายเดียวรู้ว่าเป็นการโอนที่ทำให้เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นก็เป็นการพอเพียงที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะร้องขอให้เพิกถอนการโอนได้แล้ว ข้อเท็จจริงได้ความจากการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าจำเลยที่ ๒ มีหนี้สินเป็นจำนวนมาก เฉพาะที่มายื่นคำร้องขอรับชำระหนี้มี ๑๙๙ รายเป็นจำนวนหนี้ถึง ๒๖๒ ล้านบาท ดังนั้นการที่จำเลยที่ ๒ รู้อยู่แล้วว่าตนเองมีหนี้สินเป็นจำนวนมากจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ แต่กลับโอนรถยนต์พิพาทให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายหนึ่งเพื่อเป็นการชำระหนี้ ย่อมถือได้ว่า จำเลยที่ ๒ ได้โอนทรัพย์สินโดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นตามนัยของมาตรา ๑๑๕ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ แล้ว สำหรับการรับโอนรถยนต์พิพาทของนายจิรศักดิ์และร้อยตรีเติมพลซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๑๖ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ ก็ต่อเมื่อเป็นการรับโอนโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนก่อนมีการขอให้ล้มละลาย ดังนั้นถึงแม้หากจะฟังว่านายจิรศักดิ์และร้อยตรีเติมพลรับโอนโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนก็ไม่ได้รับความคุ้มครองเพราะรับโอนในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นเวลาภายหลังการขอให้ล้มละลาย ฎีกาของโจทก์และนายจิรศักดิ์ รัชยะพงษ์ ฟังไม่ขึ้นศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าความเองจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2722/2528 นางฉวี ทัศนะปรีดา โจทก์ นายสุทิน กลับเจริญ กับพวก จำเลย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้อง นายจิรศักดิ์ รัชยะพงษ์ ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางฉวี ทัศนะปรีดา · จำเลย - นายสุทิน กลับเจริญ กับพวก · ผู้ร้อง - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · ผู้คัดค้าน - นายจิรศักดิ์ รัชยะพงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรานอม มหรรณพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวัฒนชัย โชติชูตระกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายลิขิต ไชยฤทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 106/2536ฎีกา 2587/2533ฎีกา 597/2513ฎีกา 6448/2550ฎีกา 8304/2559ฎีกา 3213/2533ฎีกา 1474/2528ฎีกา 6967/2537ฎีกา 606-607/2525ฎีกา 3396/2527ฎีกา 7440/2540ฎีกา 3181/2524ฎีกา 5916/2530ฎีกา 6243/2534ฎีกา 802/2519ฎีกา 3179-3180/2524ฎีกา 716/2530ฎีกา 4582/2536ฎีกา 7160/2544ฎีกา 1027/2542ฎีกา 1814/2511ฎีกา 561/2535ฎีกา 2724/2528ฎีกา 7039/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา