⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4581/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4581/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่จำเลยมิได้ยกข้อปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องขึ้นต่อสู้ในคำให้การ ถือเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย. 2. เมื่อนายทะเบียนไม่รับจดทะเบียนสมรสให้ โจทก์มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลโดยได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม และสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละเมิดสิทธิได้.

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องระบุชื่อจำเลยที่ 2 ในฐานะนายทะเบียนครอบครัว ต้องฟ้องนายทะเบียนระบุตำแหน่งโดยตรงนั้น เป็นเรื่องการบรรยายฟ้องระบุชื่อบุคคลและตำแหน่งมาพร้อมกัน ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยที่ 2 มิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในคำให้การ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ นายทะเบียนไม่ยอมรับจดทะเบียนสมรสให้โจทก์พระราชบัญญัติ จดทะเบียนครอบครัว พุทธศักราช 2478 ให้สิทธิแก่โจทก์ที่จะยื่นคำร้อง ต่อศาลโดยได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลไม่จำต้องปฏิบัติตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยค่าธรรมเนียมตาม ตารางท้ายประมวลกฎหมายนั้นมิได้เป็นบทบังคับเด็ดขาด แต่เป็นการให้สิทธิแก่โจทก์เป็นกรณีพิเศษจึงไม่ตัดสิทธิของโจทก์ ที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 เมื่อโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อ โจทก์ทั้งสองโดยผิดกฎหมาย ให้โจทก์เสียสิทธิที่จะได้จดทะเบียนสมรสกันซึ่งจำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ แต่ไม่ปฏิบัติอันเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ทั้งสอง ถือได้ว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลตามกฎหมายแพ่ง โจทก์ย่อมฟ้องจำเลยเป็นคดีมีข้อพิพาทตามบทกฎหมายดังกล่าวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 พระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2478 ม.15

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิตามกฎหมายที่จะขอจดทะเบียนสมรสกัน และได้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสต่อจำเลยซึ่งเป็นนายอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนมและเป็นนายทะเบียนท้องถิ่นและพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พุทธศักราช ๒๔๗๘ แต่จำเลยไม่ยอมจดทะเบียนสมรสให้โดยอ้างว่าถือปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท.๐๒๐๖/๑๓๑๙ ที่ให้อำเภอปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนให้คนญวนอพยพ ซึ่งเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการละเมิดโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งสองขอให้จำเลยรับจดทะเบียนสมรสให้แก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้จดทะเบียนสมรสเป็นคดีมีข้อพิพาทเพราะตามกฎหมายกำหนดให้ผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท โจทก์ที่ ๒ เป็นคนญวนอพยพ ไม่มีสิทธิขอให้จดทะเบียนสมรสจำเลยปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบและคำสั่งของทางราชการ จึงไม่เป็นการละเมิดหรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ในฐานะนายทะเบียนครอบครัวรับจดทะเบียนสมรสให้แก่โจทก์ทั้งสองและยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ ๒ โดยบรรยายว่า "นายเสมอศักดิ์ จิตตะยโศธร ในฐานะนายทะเบียนครอบครัว ที่ ๒ จำเลย" ต้องฟ้องนายทะเบียนระบุตำแหน่งโดยตรงเพราะตัวบุคคลอาจย้ายสับเปลี่ยนหน้าที่กันและนายเสมอศักดิ์ ก็ได้ย้ายไปจากอำเภอท่าอุเทนแล้ว เช่นนี้เป็นเรื่องการบรรยายฟ้องระบุชื่อบุคคลและตำแหน่งมาพร้อมกัน ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยที่ ๒ มิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ เป็นคดีมีข้อพิพาทเพราะขัดต่อพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พุทธศักราช ๒๔๗๘ ที่บัญญัติให้ผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องต่อศาลโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมนั้น บทบัญญัติดังกล่าวมิได้เป็นบทบัญญัติเด็ดขาด กฎหมายบัญญัติเพียงว่า "ถ้านายทะเบียนไม่ยอมรับจดทะเบียนสมรส ผู้มีส่วนได้เสียจะยื่นคำร้องต่อศาลก็ได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล" เป็นการให้สิทธิแก่โจทก์เป็นกรณีพิเศษที่จะยื่นคำร้องต่อศาลโดยได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ไม่จำต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยค่าธรรมเนียมตามตารางท้ายประมวลกฎหมายดังกล่าว แต่ไม่ตัดสิทธิของโจทก์ที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ เมื่อโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อโจทก์ทั้งสองโดยผิดกฎหมายให้โจทก์เสียหายแก่สิทธิที่จะได้จดทะเบียนสมรสกัน ซึ่งโจทก์เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติ แต่ไม่ยอมปฏิบัติ อันเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ทั้งสอง ถือได้ว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลตามกฎหมายแพ่ง โจทก์ทั้งสองย่อมฟ้องจำเลยเป็นคดีมีข้อพิพาทตามบทกฎหมายดังกล่าวได้ ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าทนายความในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4581/2528 นายสว่าง เลไพจิตร กับพวก โจทก์ นายเสมอศักดิ์ จิตตะยโศธร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสว่าง เลไพจิตร กับพวก · จำเลย - นายเสมอศักดิ์ จิตตะยโศธร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ บุญเลี้ยง · เสนอ ศรนิยม · ชวลิต นราลัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครพนม - นายธวัช เศรษฐมงคล · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544ฎีกา 307/2513ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา