คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4584/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประมูลที่ผู้เสนอราคาสูงสุดอาจมิใช่ผู้ได้เข้าทำสัญญาเช่า เพราะผู้จัดประมูลอาจยกเลิกการประมูลได้ และหากคู่สัญญายังตกลงเงื่อนไขอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาไม่ได้ ถือว่ายังไม่มีสัญญาเกิดขึ้น
ย่อคำพิพากษา
จำเลยจัดให้มีการประมูลด้วยวาจาให้เช่าอาคารซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โจทก์เป็นผู้ประมูลได้โดยเสนอค่าธรรมเนียมการเช่าให้แก่จำเลยสูงสุด ปรากฏว่าตามเงื่อนไขการประมูลการเช่า ผู้เสนอราคาสูงสุดอาจมิใช่เป็นผู้ได้เข้าทำสัญญาเช่ากับจำเลยเพราะจำเลยอาจยกเลิกการประมูลการเช่าเสียได้ และตามประกาศเปิดประมูลการเช่าก็ถือว่าเป็นเพียงคำชี้ชวนซึ่งระบุเงื่อนไขไว้เพียงสังเขปมิได้กล่าวถึงรายละเอียดไว้ซึ่งเป็นที่เห็นได้ชัดว่าเมื่อโจทก์ผู้ยื่นคำเสนอเข้าประมูลเป็นผู้ประมูลในราคาสูงสุดและจำเลยได้สนองรับคำเสนอของโจทก์แล้ว โจทก์จำเลยจะได้ตกลงเกี่ยวกับเงื่อนไขรายละเอียดและเข้าทำสัญญากันอีกชั้นหนึ่ง ต่อมาเมื่อปรากฏว่าโจทก์จำเลยยังตกลงกันไม่ได้เกี่ยวกับเงื่อนไขและรายละเอียดซึ่งโจทก์จำเลยถือว่าเป็นสาระสำคัญ ดังนั้นกรณีจึงถือได้ว่าโจทก์จำเลยยังมิได้มีสัญญาต่อกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 366
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยให้มีการประมูลด้วยวาจาให้เช่าอาคารซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โจทก์เข้าประมูลได้ ต่อมาจำเลยแจ้งเงื่อนไขในการทำสัญญาเช่าไม่ตรงกับเงื่อนไขที่แจ้งในวันประมูล โจทก์แจ้งให้จำเลยทำสัญญาจดทะเบียนการเช่าตามเงื่อนไขที่แจ้งในวันประมูล จำเลยเพิกเฉยและกลับกล่าวหาว่าโจทก์ผิดสัญญาขอให้บังคับจำเลยทำสัญญาจดทะเบียนการเช่าอาคารให้โจทก์ หากจำเลยไม่จัดการให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน
จำเลยให้การว่าโจทก์เป็นฝ่ายปฏิบัติผิดเงื่อนไข โจทก์หมดสิทธิเป็นผู้เช่าอาคารและไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานและวินิจฉัยว่าจำเลยยังไม่ได้ทำสัญญาเช่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยทำสัญญาและจดทะเบียนการเช่าได้ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามเงื่อนไขการประมูลการเช่าผู้เสนอราคาสูงสุดอาจมิใช่เป็นผู้ได้เข้าทำสัญญาเช่ากับจำเลยผู้เปิดประมูลการเช่าเพราะจำเลยอาจยกเลิกการประมูลการเช่าเสียได้ อนึ่งตามประกาศเปิดประมูลการเช่าดังกล่าวถือว่าเป็นเพียงคำชี้ชวนซึ่งได้ระบุเงื่อนไขไว้เพียงสังเขป มิได้กล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาการเช่า กำหนดเวลายื่นแบบซ่อมแซมสถานที่เช่าและกำหนดเวลาชำระเงินค่าทาสีภายนอกอาคารไว้ ซึ่งเป็นที่เห็นได้ชัดเจนว่าเมื่อโจทก์ผู้ยื่นคำเสนอเข้าประมูลเป็นผู้ประมูลในราคาสูงสุดและจำเลยได้สนองรับคำเสนอของโจทก์แล้ว โจทก์จำเลยจะได้ตกลงรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขดังกล่าวและเข้าทำสัญญาเช่ากันอีกชั้นหนึ่งต่อมาเมื่อปรากฏว่าโจทก์จำเลยยังตกลงกันไม่ได้เกี่ยวกับเงื่อนไขเรื่องกำหนดระยะเวลาการเช่าซึ่งโจทก์จำเลยถือว่าเป็นสาระสำคัญดังนั้นกรณีจึงถือได้ว่า โจทก์จำเลยยังมิได้มีสัญญาต่อกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 366 โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปทำสัญญาและจดทะเบียนให้โจทก์เป็นผู้เช่าอาคารตามคำขอของโจทก์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4584/2528
นายสดาวุธ เตชะอุบล โจทก์
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสดาวุธ เตชะอุบล · จำเลย - สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา