⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3459/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3459/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงตามใบสอบราคาและใบเสนอราคาที่ระบุรายละเอียดสำคัญครบถ้วน ถือเป็นคำเสนอสนองที่สมบูรณ์และเกิดเป็นสัญญาขึ้น แม้จำนวนพิมพ์จะยังไม่ได้กำหนดแน่นอน แต่หากเป็นไปตามข้อตกลงเดิมและฝ่ายที่รับคำเสนอไม่ได้โต้แย้งในประเด็นดังกล่าว ถือว่าตกลงกันแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เคยเป็นลูกค้าของจำเลย ประมาณเดือนกรกฎาคม 2521 โจทก์ได้ส่งใบสอบราคาเพื่อจัดพิมพ์สมุดบันทึกประจำปี พ.ศ. 2522 ไปให้จำเลยใบสอบราคาได้กำหนดขนาด วัตถุดิบที่ใช้กำหนดวันแล้วเสร็จ วิธีการจัดส่งและจำนวนการสั่งพิมพ์จากขั้นต่ำ 8,000 เล่ม ถึงขั้นสูง 15,000 เล่ม มีข้อกำหนดด้วยว่าถ้า การพิมพ์ไม่เป็นไปตามใบสั่ง โจทก์มีสิทธิไม่รับของและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และถ้าส่งล่าช้า จะถูกปรับวันละ 2,000 บาท จำเลยได้กรอกราคาในใบสอบราคาของโจทก์แล้วส่งกลับคืนไป โดยเสนอว่าถ้าพิมพ์จำนวนขั้นต่ำและขั้นสูงราคาจะแตกต่างกัน ถ้าพิมพ์จำนวนน้อยจะแพงกว่าพิมพ์จำนวนมากมีรายละเอียดทุกราคา ต่อมาวันที่ 9 สิงหาคม 2521 โจทก์ตอบตกลงให้จำเลยจัดพิมพ์ หลักฐานดังกล่าวเป็นคำเสนอสนองระหว่างโจทก์และจำเลยเกิดเป็นสัญญาขึ้น เรื่องจำนวนพิมพ์ที่แน่นอน จำเลยไม่ได้เกี่ยงให้ฝ่ายโจทก์กำหนดก่อนเพราะเคยพิมพ์กันมาแล้ว จึงหาใช่ข้อสารสำคัญไม่การที่ระบุในใบสอบราคาว่าตัวอย่างและรายละเอียดตลอดจนการอนุมัติการวางรูปเล่ม จำนวนสั่งพิมพ์ให้ติดต่อกับ ร.เจ้าหน้าที่แผนกโฆษณาของโจทก์ก็เพื่อให้ทราบว่าจะติดต่อกับผู้ใดข้อโต้แย้งของจำเลยว่ายังไม่ได้ตกลงรับจ้างเพราะไม่ทราบจำนวนพิมพ์และวันหยุดของธนาคารพาณิชย์นั้นเป็นเรื่องกล่าวอ้างขึ้นภายหลังดังจะเห็นได้ว่าจำเลยก็ยอมรับว่าโจทก์เป็นผู้สั่งทำและขอเลื่อนเวลาการส่งของออกไปจึงฟังไม่ขึ้นจำเลยไม่สามารถส่งของให้โจทก์ได้ภายในกำหนด จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายในการดำเนินงานล่วงหน้าจากโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.366 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์มีความประสงค์จะจัดทำสมุดบันทึกประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ประมาณ ๑๐,๐๐๐ เล่ม ได้จัดหาผู้เข้าประมูลประกวดราคา มีผู้ยื่นประมูลหลายรายรวมทั้งจำเลย โจทก์ตกลงว่าจ้างจำเลย กำหนดจัดทำให้เสร็จและส่งมอบภายในวันที่ ๒๗ตุลาคม ๒๕๒๑ ต่อมาจำเลยขอเลื่อนกำหนดเวลาส่งมอบไปเป็นวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ โจทก์ยอมขยายเวลาให้ถึงวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ ถึงกำหนดจำเลยไม่สามารถส่งมอบให้โจทก์ได้เป็นการผิดสัญญา ขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงิน ๘๒,๓๗๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าโจทก์ไม่ได้ประกาศแจ้งความประกวดราคาแต่นำแบบฟอร์มที่พิมพ์ข้อความมาสอบถามราคาจำเลยเสนอราคาค่าพิมพ์ต่อเล่มให้โจทก์ทราบ ใบเสนอราคายังไม่ผูกพันต่อกัน ในเดือนสิงหาคม ๒๕๒๑ โจทก์มีหนังสือขอให้จำเลยยืนยันราคาและเงื่อนไขกำหนดวันพิมพ์เสร็จ และการอนุมัติพิมพ์โดยยังไม่ได้กำหนดจำนวนแน่นอน หนังสือดังกล่าวมิใช่ใบสั่งทำและจำเลยยังมิได้ตกลงรับจ้างทำเพราะโจทก์ยังมิได้สั่งจำนวนแน่นอน แต่โจทก์ขอร้องให้จำเลยตระเตรียมงานล่วงหน้าไปก่อนโดยยืนยันว่าจะว่าจ้างพิมพ์ สมุดบันทึกดังกล่าวจะต้องมีปฏิทินแจ้งวันหยุดราชการเป็นสำคัญเป็นหน้าที่ของโจทก์จะจัดหาให้จำเลย แต่โจทก์ขอร้องให้จำเลยเป็นธุระให้ จำเลยรอจนกระทั่งวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๒๑ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงแจ้งวันหยุดทางราชการให้ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปทราบ และจำเลยได้รับแจ้งจากธนาคารพาณิชย์เมื่อต้นเดือนตุลาคม ๒๕๒๑ แต่โจทก์ก็ยังไม่แจ้งจำนวนพิมพ์ที่แน่นอนจำเลยเกรงว่าจะพิมพ์ให้เสร็จไม่ทัน จึงขอเลื่อนกำหนดวันส่งของไปเป็นวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ โจทก์มิได้ปฏิเสธ หลังจากนั้นโจทก์แจ้งจำนวนพิมพ์ว่าสั่งพิมพ์ ๙,๖๗๔ เล่ม และส่งรายชื่อลูกค้าที่ให้จำเลยช่วยจัดส่งรวมทั้งอนุมัติตัวอย่างผ้าแลกซีนเพื่อทำปก ต่อมาวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๒๑ กลับตอบปฏิเสธไม่ยอมให้เลื่อนกำหนดการส่งของตามที่จำเลยขอในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ ให้ส่งอย่างช้าในวันที่ ๔เดือนเดียวกัน การเลิกจ้างของโจทก์เป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายเพราะได้ลงทุนตระเตรียมงานไปแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายและค่าปรับจากจำเลย จำเลยได้รับความเสียหายขอให้พิพากษายกฟ้องและให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายตามฟ้องแย้งเป็นเงิน ๕๔,๐๐๐ บาท แก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งของจำเลยเคลือบคลุมโจทก์ใช้สิทธิเลิกจ้างเพราะจำเลยผิดสัญญา จำเลยไม่ได้เสียหายโจทก์ไม่ผิดสัญญาจึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งของจำเลย โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์เคยเป็นลูกค้าของจำเลย ประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๒๑ โจทก์ได้ส่งใบสอบราคาเพื่อจัดพิมพ์สมุดบันทึกประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ไปให้จำเลยและจำเลยได้กรอกราคาส่งกลับคืนมาให้โจทก์ตามเอกสารหมาย จ.๑ ถึง จ. ๔ โจทก์ตกลงว่าจ้างจำเลยตามใบสั่งเอกสารหมาย จ. ๕ ถึง จ. ๗ กำหนดส่งมอบของภายในวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๒๑ ต่อมาจำเลยขอเลื่อนส่งมอบของไปวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ โจทก์ไม่ยอมและให้ส่งมอบภายในวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ มิฉะนั้นถือว่าโจทก์บอกเลิกสัญญาทันที ครั้นถึงกำหนดจำเลยไม่ส่งมอบของ โจทก์บอกเลิกจ้างกับจำเลย คงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าการจ้างทำของระหว่างโจทก์จำเลยเกิดเป็นสัญญาแล้วหรือไม่ จำเลยผิดสัญญาหรือไม่ค่าเสียหายเพียงใด พิจารณาใบสอบราคาของโจทก์ตามเอกสารหมาย จ. ๑ ถึง จ. ๔ แล้ว ได้กำหนดขนาด วัตถุดิบที่ใช้กำหนดวันแล้วเสร็จ วิธีการจัดส่งและจำนวนการสั่งพิมพ์จากขั้นต่ำ ๘,๐๐๐ เล่ม ถึงขั้นสูง ๑๕,๐๐๐ เล่ม ทั้งมีข้อกำหนดด้วยว่าถ้าการพิมพ์ไม่เป็นไปตามใบสั่งโจทก์มีสิทธิไม่รับของและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆทั้งสิ้น และถ้าส่งของล่าช้าจะถูกปรับวันละ ๒,๐๐๐ บาท จำเลยได้กรอกราคาในใบสอบราคาของโจทก์แล้วส่งกลับคืนไปโดยเสนอว่าถ้าพิมพ์จำนวนขั้นต่ำและขั้นสูงราคาจะแตกต่างกันคือถ้าพิมพ์จำนวนน้อยจะแพงกว่าพิมพ์จำนวนมาก มีรายละเอียดทุกราคาต่อมาวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๒๑ โจทก์ตอบตกลงให้จำเลยจัดพิมพ์ตามเอกสารหมาย จ.๕ ถึง จ.๗ เห็นว่าจากหลักฐานดังกล่าวเป็นคำเสนอคำสนองระหว่างโจทก์และจำเลยเกิดเป็นสัญญาขึ้นเรื่องจำนวนพิมพ์ที่แน่นอนได้ความจากนายพันธ์ศักดิ์ผู้จัดการแผนกจัดซื้อพยานโจทก์ว่า จำเลยไม่ได้เกี่ยงให้ฝ่ายโจทก์กำหนดก่อนเพราะเคยพิมพ์กันมาแล้ว จึงหาใช่ข้อสารสำคัญไม่ การที่ระบุว่าตัวอย่างและรายละเอียดตลอดจนการอนุมัติการวางรูปเล่มจำนวนสั่งพิมพ์ให้ติดต่อกับนายเรืองเกียรติ เจ้าหน้าที่แผนกโฆษณาของโจทก์ก็เพื่อให้ทราบว่าจะติดต่อกับผู้ใด ซึ่งนางสาวอังคณาผู้จัดการฝ่ายขายของจำเลยเบิกความยอมรับว่าไปติดต่อกับนายเรืองเกียรตินำผ้าปกแลกซีนไปให้เลือก หลังจากโจทก์ตอบตกลงสั่งทำประมาณ ๒ วัน ข้อโต้แย้งของจำเลยว่ายังไม่ได้ตกลงรับจ้างเพราะไม่ทราบจำนวนพิมพ์และวันหยุดของธนาคารพาณิชย์นั้น เป็นเรื่องกล่าวอ้างขึ้นภายหลัง ดังจะเห็นได้ว่าจำเลยก็ยอมรับว่าโจทก์เป็นผู้สั่งทำและขอเลื่อนเวลาการส่งของออกไปตามเอกสารหมาย ล.๓๕ ข้ออ้างของจำเลยฟังไม่ขึ้นที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าการที่จำเลยขอเลื่อนเวลาส่งมอบของเป็นคำบอกปัดไม่รับจ้างเป็นคำเสนอขึ้นใหม่ โจทก์ไม่สนองรับข้อเสนอใหม่ของจำเลยสัญญายังไม่เกิดขึ้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ได้ความว่าสัญญากำหนดแล้วเสร็จในวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๒๑ ถึงกำหนดจำเลยขอเลื่อนไป ๑ เดือน โจทก์ไม่ยอมและให้จำเลยส่งมอบภายในวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ มิฉะนั้นถือว่าบอกเลิกสัญญาทันที แต่จำเลยไม่สามารถส่งของได้ภายในกำหนดดังกล่าว จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าจำเลยผิดสัญญา จำเลยไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายในการดำเนินงานล่วงหน้าจากโจทก์ ฎีกาของจำเลยจึงเป็นอันตกไป พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๑๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาล เฉพาะค่าขึ้นศาลให้เท่าที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความรวมเป็นเงิน ๒,๐๐๐บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3459/2524 บริษัทเอสโซ่สแตนดาร์ด ประเทศไทย จำกัดฯ โจทก์ บริษัทกราฟิอาร์ต (1977) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเอสโซ่สแตนดาร์ด ประเทศไทย จำกัดฯ · จำเลย - บริษัทกราฟิอาร์ต (1977) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี · สง่า อำพันแสง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายชอบ คงสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิบูลย์ สิริตระกูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 520/2520ฎีกา 2505/2524ฎีกา 2923/2525ฎีกา 5459/2537ฎีกา 2467/2526ฎีกา 2036/2542ฎีกา 5281/2540ฎีกา 1561/2529ฎีกา 2983/2549ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 3517/2531ฎีกา 13705/2556ฎีกา 1025/2538ฎีกา 4564/2543ฎีกา 8543/2544ฎีกา 2682/2519ฎีกา 2837/2522ฎีกา 1325/2506ฎีกา 279/2513ฎีกา 3711/2533ฎีกา 3532/2532ฎีกา 2639/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา