⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 520/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 520/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายสังหาริมทรัพย์ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือ หากคู่สัญญาเพียงแต่มีเจตนาจะทำสัญญา แต่ยังไม่ได้ทำเป็นหนังสือ สัญญานั้นก็ยังไม่สมบูรณ์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นบริษัทจำกัดอยู่ที่ประเทศอังกฤษ จำเลยที่ 1 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดในประเทศไทย ซ.ผู้แทนโจทก์ติดต่อกับจำเลยที่ 1 ตกลงซื้อขายปอกัน ซ.และจำเลยที่ 1 ได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบปริมาณและราคาที่จะขาย โจทก์มีหนังสือยืนยันมายังจำเลยที่ 1 พร้อมทั้งส่งสัญญาซื้อขายมาด้วย เพื่อให้จำเลยที่ 1 ลงชื่อในฐานผู้ขาย โจทก์เปิดเลตเตอร์อ๊อฟเครดิตส่งมาแต่ล่าช้าและผิดพลาด จำเลยที่ 1 จึงไม่ลงชื่อในสัญญาซื้อขาย การซื้อขายปอระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ครั้งก่อนๆ ต้องทำเป็นหนังสือทุกครั้ง พฤติการณ์ที่ปฏิบัติกันในการซื้อขายปอรายพิพาทเห็นได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 มีเจตนาที่จะให้สัญญาซื้อขาย จึงถือไม่ได้ว่าสัญญาซื้อขายได้ทำเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 366 สัญญาซื้อขายยังไม่มี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.221 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.366

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายประเทศอังกฤษ จำเลยที่ ๑ เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาตกลงจะขายปอกับโจทก์สองครั้งรวม ๔๐๐ ตัน จำเลยมิได้ส่งปอตามกำหนด ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบถึงค่าเสียหาย จำเลยก็ไม่ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดโจทก์ได้เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการของสมาคมปอแห่งกรุงลอนดอน ในที่สุดอนุญาโตตุลาการ (ชั้นที่สุด) ได้ตัดสินให้โจทก์ชนะ และมีคำสั่งให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยทั้งสองก็ไม่ชำระ ขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมทั้งค่าปรับตามสัญญาและดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยไม่เคยได้รับหนังสือบอกกล่าวจากทนายโจทก์ จำเลยไม่ได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายปอกับโจทก์ โจทก์จำเลยยังไม่ได้ลงนามในสัญญาซื้อขาย เพราะโจทก์เปิดเลตเตอร์อ๊อฟเครดิตล่าช้าและผิดพลาด คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะยังไม่มีมูลหนี้ต่อกัน ทั้งจำเลยที่ ๑ มิได้เป็นสมาชิกของสมาคมปอแห่งกรุงลอนดอน ฯลฯ การที่โจทก์ฟ้องคดีทำให้จำเลยที่ ๑ เสียหาย ต้องเสียค่าทนายความและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ขอให้ยกฟ้อง และให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายให้จำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์จำเลยยังมิได้ทำหนังสือสัญญาซื้อขายกัน โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เคยซื้อปอจากจำเลยที่ ๑ มาก่อน การซื้อขายปอกระทำโดยผ่านทางผู้แทนของโจทก์ที่กรุงเทพมหานคร ส่วนการตกลงซื้อขายเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ การซื้อขายปอรายพิพาททั้งสองคราว นายโซราเรียผู้แทนของโจทก์เป็นผู้ติดต่อกับจำเลยที่ ๑ ได้ตกลงซื้อขายปอกันรวม ๔๐๐ ตัน นายโซราเรียและจำเลยที่ ๑ ได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบถึงปริมาณปอและราคาที่จะขาย โจทก์มีหนังสือยืนยันปริมาณและราคาปอมายังจำเลยที่ ๑ พร้อมทั้งส่งสัญญาซื้อขายมาด้วย เพื่อให้จำเลยที่ ๑ ลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขายในฐานะผู้ขาย และโจทก์เปิดเลตเตอร์อ๊อฟเครดิตที่ธนาคารเนชั่นแนลแอนด์กริมเลส์ กรุงลอนดอน ส่งมายังธนาคารดินโดจีน จำกัด แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ยอมลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขาย การซื้อขายปอระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ครั้งก่อนๆ ต้องทำสัญญาเป็นหนังสือทุกครั้ง พฤติการณ์ที่ปฏิบัติกันในการซื้อขายดังกล่าวเห็นได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ ๑ มีเจตนาที่จะให้สัญญาซื้อขายมีผลผูกพันกัน เมื่อได้ทำเป็นหนังสือแล้ว การที่นายโซราเรียและจำเลยที่ ๑ มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบถึงปริมาณและราคาปอที่จะซื้อขาย โจทก์มีหนังสือยืนยันมาเป็นเพียงการเจรจาตกลงกันในหลักการที่จะซื้อขายกันเท่านั้น เหตุที่จำเลยที่ ๑ ปฏิเสธไม่ยอมลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขายเพราะโจทก์เปิดเลตเตอร์อ๊อฟเครดิตล่าช้าและผิดพลาด จำเลยแจ้งให้ธนาคารอินโดจีน จำกัด ทราบว่าไม่ใช้เลตเตอร์อ๊อฟเครดิตและได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่าไม่สามารถรับเลตเตอร์อ๊อฟเครดติได้ เนื่องจากโจทก์เปิดเลตเตอร์อ๊อฟเครดิตล่าช้า ไม่สามารถหาสินค้าและเรือบรรทุกสินค้าได้ทันตามกำหนด ขอให้เจรจากันใหม่ จำเลยที่ ๑ ชอบที่จะปฏิเสธได้ เมื่อจำเลยที่ ๑ ยังมิได้ลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขาย จึงถือไม่ได้ว่าสัญญาซื้อขายได้ทำเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๖๖ สัญญาซื้อขายยังไม่มี โจทก์จะกล่าวหาว่า จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 520/2520 บริษัท เค.ซี.ซีเทีย (1944) จำกัด โจทก์ โดยนายจอห์น วิลเลียม แฮนค๊อก ผู้รับมอบอำนาจ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ทวีพืชผล ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เค.ซี.ซีเทีย (1944) จำกัด · ทวีพืชผล - โดยนายจอห์น วิลเลียม แฮนค๊อก ผู้รับมอบอำนาจ ห้างหุ้นส่วนจำกัด · ล. - ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุจริต เสถียรกาล · ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสำเนียง ด้วงมหาสอน · ศาลอุทธรณ์ - นายพัลลภ สังโขบล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2036/2542ฎีกา 5281/2540ฎีกา 1925/2522ฎีกา 294/2515ฎีกา 2294/2541ฎีกา 175/2519ฎีกา 275/2504ฎีกา 2866/2524ฎีกา 6866/2552ฎีกา 1167/2532ฎีกา 2682/2519ฎีกา 5343/2542ฎีกา 185/2546ฎีกา 2837/2522ฎีกา 3532/2532ฎีกา 2639/2515ฎีกา 581/2523ฎีกา 3713/2545ฎีกา 1339/2538ฎีกา 775/2473ฎีกา 2051/2525ฎีกา 6434/2544ฎีกา 1599/2522ฎีกา 8898/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา