⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 393/2486

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 393/2486

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ได้ทำสัญญาขายที่ดินพิพาทให้แก่บุคคลอื่นไปแล้วภายหลัง เมื่อจำเลยบอกเลิกสัญญาจะขายที่ดินดังกล่าว จะถือว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเพราะจำเลยผิดสัญญาไม่ได้ และจำเลยสามารถนำพยานบุคคลมาสืบหักล้างข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างได้ว่าโจทก์ไม่ได้วางเงินมัดจำตามสัญญา

ย่อคำพิพากษา

โจทได้ทำสัญญาขายที่รายพิพาทไห้ผู้อื่นพายหลัง เมื่อจำเลยบอกเลิกสัญญาจะขายที่รายพิพาทนี้จะถือว่าโจทต้องเสียหายเพราะจำเลยผิดสัญญาไม่ได้. โจทฟ้องเรียกเงินมัดจำ 200 บาทตามสัญญาคืน จำเลยต่อสู้ว่าโจทไม่ได้วางเงินมัดจำเช่นนี้จำเลยนำพยานบุคคลมาสืบหักล้างได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.331 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.366 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.373 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.380 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.497

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาจะขายที่พิพาท ซึ่งเปนเหตุไห้โจทขาดประโยชน์ที่ควนจะได้รับเปนเงิน ๒๕๐๐ บาทและจำเลยต้องคืนเงินมัดจำ ๒๐๐ บาทและไช้เบี้ยปรับอีก ๑๐๐ บาทจึงขอไห้สาลบังคับไห้จำเลยใช้เงินแก่โจท ๒๘๐๐ บาท จำเลยไห้การต่อสู้และปติเสธ สาลชั้นต้นและสาลอุธรน์วินิฉัยว่าจำเลยหลงเข้าใจผิดไหสารสำคันแห่งสัญญา จึงพิพากษาไห้ยกฟ้องโจท โจทดีกา สาลดีกาเห็นว่าพายหลังเมื่อจำเลยบอกเลิกสัญญาจะขายที่รายพิพาทต่อโจทแล้ว โจทจึงได้ทำสัญญาจะขายที่รายนี้ไห้บุคคลอื่นเช่นนี้ จะเรียกว่าโจทต้องเสียหายเพราะจำเลยผิดสัญญาไม่ได้ เพราะเปนเรื่องที่โจทก่อขึ้นไนเมื่อจำเลยสแดงว่าจะไม่ขายที่รายพิพาทไห้โจทตามสัญญาแล้ว การผิดสัญญา กดหมายประสงค์เพียงแต่ไห้ผู้ผิดสัญญาชดเชยความเสียหายจิง ๆ ที่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้รับเนื่องจากการผิดสัญญาเท่านั้น จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดไหจำนวนเงิน ๒๕๐๐ บาท ข้อที่โจทเรียกคืนเงินมัดจำ ๒๐๐ บาทและจำเลยต่อสู้ว่าโจทไม่ได้วางเงินโจทจึงเถียงว่าจำเลยจะสืบพยานบุคคลหักล้างเอกสารไม่ได้ตาม ป.ว.ท. ม. ๙๔ สาลดีกาเห็นว่าตามกดหมายที่โจทอ้างกับ ป.พ.พ.ม. ๔๕๖ กดหมายมิได้บังคับว่าการนำสืบไปข้อนี้ต้องมีพยานเอกสารมาสแดงจำเลยจึงนำสืบพยานบุคคลได้ และเห็นพ้องด้วยสาลล่างที่ฟังว่าโจทไม่ได้วางเงินมัดจำ ๒๐๐ บาท ส่วนข้อที่โจทฟ้องเรียกเบี้ยปรับตามสัญญา ๑๐๐ บาทนั้นเมื่อฟังว่าจำเลยผิดสัญญา จำเลยก็ต้องรับผิด จึงพิพากสาแก้ว่าจำเลยไม่มีสิทธิเลิกสัญญาจะขายที่ดิน ถ้าจำเลยไม่ยอมขายจำเลยก็เปนฝ่ายผิดสัญญา ไห้จำเลยไช้เงินเบี้ยปรับ ๑๐๐ บาทคำขอนอกจากนี้ไห้ยก. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 393/2486 นางชั้น อาสนานนท์ โจท นางคำ บุญมาไล้ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจท - นางชั้น อาสนานนท์ · จำเลย - นางคำ บุญมาไล้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชม จามรมาน · ชม จามรมาน · ธ. บุนยะปานะ.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1216/2538ฎีกา 537/2540ฎีกา 4379/2540ฎีกา 975/2543ฎีกา 9/2532ฎีกา 4161/2532ฎีกา 693/2487ฎีกา 1730/2520ฎีกา 1962/2548ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 3375/2532ฎีกา 7022/2552ฎีกา 170/2497ฎีกา 591/2531ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 4015/2528ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1561/2520ฎีกา 3616/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา