⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2866/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2866/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่สัญญากำหนดวิธีการซื้อขายกันไว้เป็นหนังสือสัญญาแล้ว จะถือว่ามีข้อตกลงซื้อขายที่สมบูรณ์โดยวิธีอื่นไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยเจรจาซื้อขายกระดาษโดยตกลงกันว่าจะต้องมีการทำสัญญาซื้อขาย โจทก์พิมพ์สัญญาหมาย จ.56 มาให้จำเลยลงนาม แต่จำเลยขอแก้รายละเอียดเป็นสัญญาหมาย จ.57 สัญญาตัวจริงจึงเป็นสัญญาหมาย จ.57 สัญญาหมาย จ.56 ซึ่งโจทก์นำมาฟ้องเป็นเพียงร่างที่จำเลยไม่ได้ลงนามเป็นคู่สัญญา จึงถือว่าไม่มีการทำสัญญาหมาย จ.56 ที่โจทก์อ้างมาเป็นหลักแห่งข้อหา โจทก์จะกล่าวหาว่าจำเลยผิดสัญญาที่นำมาฟ้องนั้นไม่ได้ แม้กฎหมายจะกำหนดวิธีการซื้อขายไว้หลายอย่างก็ตามเมื่อคู่สัญญาตกลงจะทำกันโดยวิธีทำเป็นหนังสือสัญญา จะนำเอาวิธีอื่นเช่นการส่งมอบหรือชำระราคาบางส่วนมาวินิจฉัยว่าเป็นข้อตกลงจะซื้อขายกันแล้วโดยสมบูรณ์หาได้ไม่ (อ้างฎีกาที่ 1541/2509 และ 520/2520)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.366 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายกระดาษกันและโจทก์ส่งกระดาษให้จำเลยรับไว้บ้างแล้ว ต่อมาจำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินค่ากระดาษและค่าระวางบรรทุกที่เพิ่มขึ้น จึงขอให้ศาลพิพากษาบังคับ จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ รวมทั้งต่อสู้ว่าจำเลยไม่ได้ทำสัญญาซื้อขายตามที่โจทก์นำมาฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงปรากฏจากคำเบิกความของนายเทิจ วินสดัล กรรมการผู้จัดการทั่วไปของบริษัทโจทก์ว่า ตัวแทนโจทก์ จำเลยเจรจาซื้อขายกระดาษกันที่กรุงเทพมหานคร ครั้งสุดท้ายปลายเดือนธันวาคม ๒๕๑๖ ตกลงกันในหลักการใหญ่ว่า จะต้องมีการทำสัญญาซื้อขายกันจึงได้มีการร่างสัญญาแล้วให้ฝ่ายโจทก์นำร่างกลับไปประเทศนอรเวเพื่อจัดพิมพ์สัญญาที่สมบูรณ์ส่งมาให้จำเลยลงนามในกรุงเทพมหานคร แล้วส่งสัญญาคืนโจทก์ที่ประเทศนอรเวโจทก์พิมพ์สัญญาที่สมบูรณ์ส่งมาให้จำเลยลงชื่อตามเอกสารหมาย จ.๕๖ คือเอกสารท้ายฟ้องซึ่งเป็นสัญญาหลักกับส่งสัญญาย่อยที่จำเลยซื้อกระดาษงวดแรก ๓,๔๐๐ เมตริกตันมาให้จำเลยลงชื่ออีกฉบับหนึ่งดังเอกสารหมาย จ.๘๓ แต่จำเลยขอแก้รายละเอียดในร่างสัญญาหมาย จ.๕๖ เป็นสัญญามีรายละเอียดดังเอกสารหมาย จ.๕๗ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยตัวจริงจึงทำกันขึ้นตามเอกสารหมาย จ.๕๗ ส่วนสัญญาท้ายฟ้องหมาย จ.๕๖ เป็นเพียงร่างที่จำเลยไม่ได้ลงนามเป็นคู่สัญญาด้วย และสัญญาหมาย จ.๕๗ นั้น ทำขึ้นปลายเดือนมีนาคม ๒๕๑๗ แต่ลงวันที่ย้อนหลังเป็นวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๑๖ เพื่อให้คลุมไปถึงการที่จำเลยสั่งซื้อกระดาษไปแล้วทั้งหมดถ้าลูกค้าเพียงแต่เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตสั่งซื้อสินค้า บริษัทโจทก์จะไม่ยอมขายสินค้าให้ เพราะธรรมเนียมการค้าต้องทำสัญญากันก่อน จากคำเบิกความของพยานดังกล่าวประกอบกับพฤติการณ์ที่โจทก์ติดต่อขายสินค้าซึ่งเป็นของผู้อื่นให้จำเลยและรายละเอียดข้อตกลงมีหลายประการ โจทก์ส่งกระดาษมาให้จำเลยต่อเมื่อมีสัญญากันเป็นหลักฐานแล้ว จึงฟังได้ว่าการซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยอันมุ่งจะทำต่อกันนั้นต้องทำสัญญาเป็นหนังสือเสียก่อน ดังจะเห็นว่า ได้มีการทำหนังสือสัญญาจะซื้อขายสินค้ารายนี้กันอยู่แล้วตามเอกสารหมาย จ.๕๗ ให้มีผลบังคับตั้งแต่ที่พูดตกลงกันไว้ในครั้งสุดท้ายเมื่อปลายเดือนธันวาคม ๒๕๑๖ และหนี้ตามฟ้องไม่ว่าจะเป็นราคากระดาษค้างชำระหรือราคากระดาษกับค่าระวางบรรทุกที่เพิ่มขึ้น โจทก์อ้างข้อเรียกร้องจากสัญญาทั้งสิ้นความผูกพันของโจทก์จำเลยในกรณีนี้ต้องวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๖๖ วรรคสอง แม้กฎหมายจะกำหนดวิธีการซื้อขายไว้หลายอย่างก็ตาม เมื่อคู่สัญญาตกลงจะทำกันโดยวิธีทำเป็นหนังสือสัญญาจะนำเอาวิธีอื่น เช่น การส่งมอบหรือชำระราคาบางส่วนมาวินิจฉัยว่าเป็นข้อตกลงจะซื้อขายกันแล้วโดยสมบูรณ์หาได้ไม่ เมื่อจำเลยมิได้ลงลายมือชื่อในสัญญาจะซื้อขายที่โจทก์นำมาฟ้องสัญญาดังกล่าวไม่ผูกพันจำเลยและโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยตามสัญญาที่ทำผูกพันกันไว้ต้องถือว่าไม่มีการทำสัญญาจะซื้อขายฉบับที่โจทก์อ้างมาเป็นหลักแห่งข้อหา โจทก์จะกล่าวหาว่าจำเลยผิดสัญญาที่นำมาฟ้องนั้นไม่ได้ ส่วนที่โจทก์ส่งมอบกระดาษให้จำเลยไปแล้วและจำเลยได้ชำระราคากระดาษให้โจทก์ไปแล้วนั้นสิทธิของโจทก์ที่จะเรียกเอากระดาษที่ส่งมอบไปแล้วคืนหรือสิทธิของจำเลยที่จะเรียกร้องจำนวนเงินที่ชำระไปแล้วคืนก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยไว้ไม่ถูกต้องด้วยบทกฎหมายที่กล่าวข้างต้น เรื่องเช่นนี้ศาลฎีกาเคยพิพากษาเป็นบรรทัดฐานไว้แล้วดังเช่นคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๔๑/๒๕๐๙ คดีระหว่างนางธนิต กำเนิดเพชร โจทก์ นางผิน สอนสิงห์ที่ ๑ นางสุมาลี เก่งสกุล ที่ ๒ จำเลย และคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๒๐/๒๕๒๐ คดีระหว่างบริษัท เค.ซี.ซีเทีย (๑๙๔๔) จำกัดโดยนายจอห์น วิลเลียม แฮนค๊อก ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดทวีพืชผล กับพวก จำเลยเป็นต้น ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนจำเลย กำหนดค่าทนายความทั้งสามศาล ๘๐,๐๐๐ บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2866/2524 บริษัทอาร์น วินสคัล จำกัด โจทก์ บริษัทพลสิน จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทอาร์น วินสคัล จำกัด · จำเลย - บริษัทพลสิน จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวรรณพ กองวารี · ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายไพจิตร วิเศษโกสิน · ศาลอุทธรณ์ - นายดุสิต วราโห
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2074/2542ฎีกา 137/2535ฎีกา 3702/2535ฎีกา 1089/2491ฎีกา 5851/2537ฎีกา 967/2472ฎีกา 1996/2522ฎีกา 5337/2534ฎีกา 5469/2539ฎีกา 3559/2540ฎีกา 2351/2525ฎีกา 818/2491ฎีกา 1512/2513ฎีกา 39/2537ฎีกา 305/2511ฎีกา 1882/2497ฎีกา 1311/2494ฎีกา 1696-1697/2515ฎีกา 1272/2480ฎีกา 601/2518ฎีกา 3942/2545ฎีกา 755/2518ฎีกา 2216/2515ฎีกา 138/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา