คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 460/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประกันภัยค้ำจุนตามกรมธรรม์หมวด 2 ข้อ 2.8 คุ้มครองความรับผิดของผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย เสมือนเป็นผู้เอาประกันภัยเอง แม้ผู้เอาประกันภัยจะมิได้เป็นผู้ทำละเมิดก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 2 รับประกันภัยรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับชนรถยนต์ของโจทก์ประเภทประกันภัยค้ำจุนไว้จากบุคคลภายนอก ตามกรมธรรม์ประกันภัยหมวด 2 การคุ้มครองความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก ข้อ 2.8 มีความว่า การคุ้มครองผู้ขับขี่ บริษัทจะถือว่าบุคคลใดซึ่งขับขี่โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง หมายความว่า นอกจากรับผิดในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยทำละเมิดต่อผู้อื่นแล้ว จำเลยที่ 2 ยังยอมรับผิดในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยมิได้เป็นผู้ทำละเมิดแต่ผู้อื่นเป็นผู้ทำละเมิดโดยผู้นั้นได้ขับขี่รถยนต์คันที่จำเลยที่ 2 รับประกันภัยไว้ โดยความยินยอมของผู้เอาประกันภัย
จำเลยที่ 1 ขับขี่รถยนต์คันที่จำเลยที่ 2 รับประกันภัยไว้โดยความยินยอมของผู้เอาประกันภัย จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ตามกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์เก๋งส่วนบุคคลหมายเลขทะเบียน ๕ ก-๙๒๒๗ จำเลยที่ ๑ เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์เก๋งส่วนบุคคลหมายเลขทะเบียนป้ายแดง ๐๑๓๙๓ จากห้างหุ้นส่วนจำกัดวิวัฒน์พานิช และเป็นผู้ครอบครองขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวในขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดได้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ๐๑๓๙๓ ของจำเลยที่ ๑ไว้ในประเภทประกันภัยค้ำจุน เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๔ จำเลยที่ ๑ ได้ขับขี่รถยนต์ไปทางเดียวกับรถโจทก์ด้วยความเร็วเกินกฎหมายและด้วยความประมาทขับชนด่านท่ายของรถโจทก์ที่จอดยู่ เป็นเหตุให้รถโจทก์พุ่งไปชนรถยนต์ซึ่งวิ่งอยู่ในช่องทางเดินรถด้านสวนกับทางเดินรถของโจทก์ โจทก์ต้องเสียค่าซ่อมแซม ขาดประโยชน์จากการใช้รถและรถเสื่อมสภาพลง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
จำเลยที่ ๒ ให้การต่อสู้หลายประการ
ก่อนสืบพยาน ทนายโจทก์ ทนายจำเลยที่ ๒ แถลงรับกันว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถประมาทจริง จำเลยที่ ๒ เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ที่จำเลยที่ ๑ ขับขี่จริง แต่จำเลยที่ ๒ แถลงว่าไม่ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๘๗ เหตุเกิดขณะที่จำเลยที่ ๑ ยืมรถจากผู้เอาประกันภัยไปขับ และค่าเสียหายสูงเกินไป
ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายให้โจทก์
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัย หมวด ๒ การคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ข้อ ๒.๘ มีความว่า การคุ้มครองผู้ขับขี่ บริษัทจะถือว่าบุคคลใดซึ่งขับขี่โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง ซึ่งหมายความว่า นอกจากรับผิดในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยทำละเมิดต่อผู้อื่นแล้ว จำเลยที่ ๒ ยังยอมรับผิดในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยมิได้เป็นผู้ทำละเมิดแต่ผู้อื่นเป็นผู้ทำละเมิดโดยผู้นั้นได้ขับขี่รถยนต์คันที่จำเลยที่ ๒ รับประกันภัยไว้ โดยความยินยอมของผู้เอาประกันภัย เมื่อจำเลยที่ ๑ ขับขี่รถยนต์คันที่จำเลยที่ ๒ รับประกันภัยไว้โดยความยินยอมของผู้เอาประกันภัย จำเลยที่ ๒ จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์ตามกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าว
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 460/2528
นายอุดมเกียรติ สุทธินาค โจทก์
นายสำรวย หงษ์บุญมี กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอุดมเกียรติ สุทธินาค · จำเลย - นายสำรวย หงษ์บุญมี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อภินย์ ปุษปาคม · สำเนียง ด้วงมหาสอน · พิชัย วุฒิจำนงค์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายชัยรัตน์ ชั้นเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายจเร อำนวยวัฒนา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา