⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7230/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7230/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่ผู้รับประกันภัยรถยนต์คันที่ทำละเมิดได้ชดใช้แก่ผู้เสียหายหลังฟ้องคดี ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของค่าเสียหายที่ผู้กระทำละเมิดต้องรับผิด และให้หักออกจากค่าเสียหายทั้งหมดที่ผู้เสียหายมีสิทธิได้รับ.

ย่อคำพิพากษา

ค่าเสียหายจำนวน 222,056 บาท ซึ่งจำเลยที่ 4 ในฐานะเป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันที่ทำละเมิดได้ชดใช้แก่โจทก์หลังฟ้อง ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของค่าเสียหายที่จำเลยทั้งสี่ต้องรับผิดชำระให้แก่โจทก์ ชอบที่จะนำไปหักจากค่าเสียหายทั้งหมดที่โจทก์มีสิทธิได้รับจำนวน 655,602 บาท ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.887

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 1,264,967 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องถอนฟ้องจำเลยที่ 4 ศาลชั้นต้นอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 4 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน 655,602 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 7,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน 400,000 บาทแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ... คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงข้อเดียวว่า ศาลอุทธรณ์นำเงินจำนวน 222,056 บาท ที่จำเลยที่ 4 จ่ายให้แก่โจทก์ภายหลังฟ้องไปหักกับเงินค่าเสียหายที่โจทก์มีสิทธิได้รับจำนวน 655,602 บาท แล้วกำหนดค่าเสียหายให้แก่โจทก์จำนวน 400,000 บาท ถูกต้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 4 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน รอ 2876 กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 4 จึงต้องร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ด้วย การที่จำเลยที่ 4 ใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์จำนวน 222,056 บาทนั้น ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของค่าเสียหายที่จำเลยทั้งสี่ต้องรับผิดชำระให้แก่โจทก์ ชอบที่จะนำไปหักจากค่าเสียหายทั้งหมดที่โจทก์มีสิทธิได้รับจำนวน 655,602 บาทดังกล่าวได้ แต่เมื่อหักออกแล้วคงเหลือเงินที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ต้องรับผิดชำระให้แก่โจทก์จำนวน 433,546 บาท ศาลอุทธรณ์ไม่อาจวินิจฉัยให้เหลือเพียงจำนวน 400,000 บาทได้ เนื่องจากศาลอุทธรณ์ไม่ได้แก้ไขจำนวนเงินค่าเสียหายที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ต้องรับผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายให้แก่โจทก์จำนวน 400,000 บาทจึงไม่ถูกต้อง ที่ถูกต้องคือ 433,546 บาท ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 433,546 บาทให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7230/2552 นายสมชาย สิริสมสิทธิ์ โจทก์ นายชาติชาย กลิ่นเจริญ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมชาย สิริสมสิทธิ์ · จำเลย - นายชาติชาย กลิ่นเจริญ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธนฤกษ์ นิติเศรณี · ดิเรก อิงคนินันท์ · นิยุต สุภัทรพาหิรผล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายปราโมทย์ สุทธิกิจจานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญไชย ธนาพันธ์สิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1180/2549

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 3131/2543ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา