⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1265/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1265/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องในข้อหาพยายามฆ่า ย่อมมีผลเท่ากับศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในข้อหานั้น โจทก์จึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในข้อหาพยายามฆ่าไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิง ส. โดยเจตนาฆ่า แต่ ส.ไม่ถึงแก่ความตายเพียงได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 297 ประกอบมาตรา 72 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามมาตรา 297 ประกอบมาตรา 72 ด้วย เช่นนี้ จึงมีผลเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาพยายามฆ่าโดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์จึงฎีกาข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 คงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้เฉพาะข้อหาทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส มาตรา 297 ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษากลับกันมา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายสวิทย์ หรือสวิส ชื่นอารมณ์ หลายนัดโดยเจตนาฆ่า กระสุนปืนถูกนายสิทย์หรือสวิสที่หน้าขาซ้าย ก้นข้างซ้ายกระดูกเชิงกานด้านหน้าหัก เส้นประสาทขาซ้ายได้รับบาดเจ็บ จำเลยได้ลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เพราะนายสวิทย์หรือสวิสใช้มือปัดกระบอกปืนได้ทันท่วงทีและกระสุนปืนถูกอวัยวะที่ไม่สำคัญ ประกอบกับแพทย์รักษาได้ทันท่วงที นายสวิทย์หรือสวิสจึงไม่ถึงแก่ความตาย เพียงได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ ประกอบมาตรา ๗๒ ให้จำคุก ๑ ปี โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด ๒ ปี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ ประกอบมาตรา ๗๒ ด้วย โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ปรากฏว่าศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยเพียงฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ และศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์ในข้อหานี้ จึงมีผลเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์จึงฎีกาข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ คงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ เฉพาะข้อหาทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๙๗ ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษากลับกันมา และศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายสวิทย์ หรือสวิส ถึง ๒ นัด ถูกที่ขาซ้ายและก้นข้างซ้าย ต้องทำการรักษาพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลถึง ๑ เดือน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส และไม่ใช่กรณีที่จำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นบันดาลโทสะดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ โดยให้ลงโทษจำเลยไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1265/2529 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ สิบตำรวจตรีสอาด ก้อนพิงค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - สิบตำรวจตรีสอาด ก้อนพิงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · โสภณ รัตนากร · ไพรัช วงศ์วัฒนะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายยงยศ นิสภัครกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายพัลลภ พิสิษฐสังฆการ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 2186/2550ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1148/2534ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 4883/2541ฎีกา 635/2485ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา