คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1491/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้จำเลยจะป่วยเป็นโรคจิตเภทชนิดระแวง แต่หากยังสามารถรู้ผิดชอบและบังคับตนเองได้บ้าง ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรคสอง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยป่วยเป็นโรคจิตเภท ชนิดระแวง จำเลยหวาดระแวงว่าผู้เสียหายจะทำร้ายตนทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมีเรื่องโกรธเคืองกันมาก่อนและเป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งแต่เป็นเด็ก เป็นอาการบกพร่องทางจิตสำนึก สำคัญผิดว่าผู้เสียหายเป็นศัตรู จำเลยซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ผู้อื่นขณะใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายดังนี้ จำเลยยังสามารถรู้ผิดชอบและบังคับตนเองได้บ้าง ควรลงโทษน้อยว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรคสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนสั้นชนิดทำเองขนาด .๒๒ และกระสุนปืน ๑ นัด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีเหตุอันสมควร และได้ร่วมกับพวกอีกหนึ่งคนใช้อาวุธปืนยิงนายถวิล หนึ่งนัดโดยเจตนาฆ่า แต่กระสุนปืนถูกไม่ถนัด นายถวิลจึงไม่ถึงแก่ความตายเพียงแต่ได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๘๓, ๙๑, ๒๘๘
จำเลยให้การปฏิเสธ
นายถวิลผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๘๓, ๒๘๘ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ฐานพยายามฆ่าจำคุก ๑๐ ปี ฐานมีอาวุธปืนจำคุก ๒ ปี ฐานพาอาวุธปืนจำคุก ๑ ปี รวมจำคุก ๑๓ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๘ ปี ๘ เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๖๕, ๘๐ จำคุก ๒ ปี ฐานมีอาวุธปืนจำคุก ๑ ปีฐานพาอาวุธปืนจำคุก ๖ เดือน รวมจำคุก ๓ ปี ๖ เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติตามที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บจริงคดีคงมีปัญหาว่า จำเลยกระทำไปในขณะที่ยังรู้สึกผิดชอบและบังคับตนเองได้เป็นปกติหรือไม่ จำเลยเคยเป็นคนไข้ภายในของโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ที่ประชุมโรงพยาบาลมีมติว่าจำเลยเป็นโรคจิตเภทชนิด ระแวง มีแนวความคิดผิดปกติอาจทำอะไรผิดได้ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยป่วยเป็นโรคจิต ผู้เสียหายเบิกความว่ารู้จักกับจำเลยมาตั้งแต่เป็นเด็ก บ้านห่างกันประมาณ ๑๐๐ เมตร ไม่เคยมีเรื่องโกรธเคืองกันมาก่อนจำเลยให้การในชั้นสอบสวนว่า จำเลยมีเรื่องไม่ถูกกับผู้เสียหายมาก่อน เรื่องผู้เสียหายขับขี่รถจักรยานยนต์ของสิ่งของที่บิดาจำเลยนำไปวางไว้บนถนนเพื่อทำรั้วบ้าน และเรื่องรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายหายไป มีคนมาบอกจำเลยว่าผู้เสียหายจะนำพรรคพวกมาดักทำร้ายจำเลย จำเลยต้องระมัดระวังตัวตลอดมา แสดงว่าจำเลยหวาดระแวงผู้เสียหายว่าจะทำร้ายตน ทั้ง ๆ ที่ผู้เสียหายไม่เคยมีเรื่องโกรธเคืองกันมาก่อน และเป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งแต่เป็นเด็ก อาการดังกล่าวเป็นการบกพร่องทางจิตสำนัก สำคัญผิดว่าผู้เสียหายเป็นศัตรู เห็นว่า จำเลยป่วยเป็นโรคจิตเภทในขณะกระทำผิดตามความเห็นของแพทย์ โดยระแวงว่าผู้เสียหายจะทำร้ายตน จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายแต่จำเลยยังสามารถรู้สึกผิดชอบและสามารถบังคับตนเองได้บ้าง การลงโทษจำเลยน้อยกว่าโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ วรรคสอง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1491/2529
พนักอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์
นายถวิล ทับสกุล โจทก์ร่วม
นายยุทธหรือประยุทธ คลังทรัพย์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักอัยการจังหวัดลพบุรี · โจทก์ร่วม - นายถวิล ทับสกุล · จำเลย - นายยุทธหรือประยุทธ คลังทรัพย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปลื้ม โชติษฐยางกูร · มาโนช เพียรสนอง · อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลพบุรี - นายวิเชียร ควรฤาชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม การปลื้มจิตต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา