⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1973/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1973/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้สั่งจ่ายเช็คสองคนลงนามร่วมกันย่อมต้องรับผิดต่อผู้ทรงตามเช็ค และจะยกข้อต่อสู้ระหว่างตนเองเพื่อปฏิเสธความรับผิดต่อผู้ทรงไม่ได้ เว้นแต่ผู้ทรงรับโอนเช็คโดยคบคิดฉ้อฉลกับผู้สั่งจ่ายคนใดคนหนึ่ง

ย่อคำพิพากษา

เช็คพิพาทมีผู้สั่งจ่ายสองนายลงนามร่วมกันโอนเช็คให้ผู้ทรงเมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ทรงรับโอนเช็คโดยคบคิดกันฉ้อฉลกับผู้สั่งจ่ายคนใดคนหนึ่งแล้วผู้สั่งจ่ายทั้งสองก็ต้องรับผิดชดใช้เงินตามเช็คตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 989, 914 ผู้สั่งจ่ายจะยกข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันระหว่างกันเองปฏิเสธความรับผิดไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.914 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.916

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ ๒เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ ๓ เคยเป็นผู้ถือหุ้นในห้างจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๒ ได้นำเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด ลงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๒๒ สั่งจ่ายเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายประทับตราจำเลยที่ ๑ มาแลกเงินสดไปจากโจทก์ ครั้นเช็คถึงกำหนด โจทก์นำเช็คเข้าบัญชีโจทก์เพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายไม่เหมือนกับตัวอย่างที่ให้ไว้ โจทก์ทวงถาม จำเลยเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวนตามเช็คพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๓ ขายหุ้นในห้างจำเลยที่ ๑ ให้กับจำเลยที่ ๒ และผู้มีชื่อไปตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๑ เช็คพิพาทจำเลยที่ ๓ ลงนามไว้โดยมิได้กรอกข้อความเพื่อประโยชน์แก่การดำเนินการของห้างจำเลยที่ ๑ แล้วโจทก์กับจำเลยที่ ๒ เอาเช็คดังกล่าวมากรอกข้อความ จำนวนเงินและวันที่สั่งจ่ายและเพทุบายว่าจำเลยที่ ๒ เอาเช็คไปแลกเงินสดจากโจทก์เพื่อให้เกิดมูลหนี้ขึ้นเช็คพิพาทจึงปราศจากมูลหนี้ โจทก์รับโอนไว้โดยไม่สุจริตและฉ้อฉลจำเลยที่ ๓ คดีขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระเงินตามเช็คแก่โจทก์ ๒๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่าไม่ต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คพิพาทเพราะขณะที่จำเลยที่ ๒ นำเช็คดังกล่าวออกใช้ จำเลยที่ ๓ ได้ออกจากการเป็นหุ้นส่วนในห้างจำเลยที่ ๑ โดยขายหุ้นให้แก่จำเลยที่ ๒ ไปหมดแล้วนั้นเห็นว่าการปฏิเสธความรับผิดในลักษณะดังกล่าว เป็นการอาศัยความเกี่ยวพันเฉพาะบุคคลระหว่างตนเองกับจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายอีกคนหนึ่ง จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับโจทก์ได้เฉพาะกรณีการโอนมีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๘๙, ๙๑๖ เท่านั้น แต่คดีนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยมาแล้วว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยสุจริตและไม่มีการโอนคบคิดกันฉ้อฉล จำเลยที่ ๓ จึงต้องร่วมรับผิดใช้เงินตามเช็คดังกล่าวแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๙๘๙, ๙๑๔ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1973/2529 นายสมชาย เกียรตินักสู้ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยามอาภรภัณฑ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมชาย เกียรตินักสู้ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยามอาภรภัณฑ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำรง สายเชื้อ · อาจ ปัญญาดิลก · ไพจิตร วิเศษโกสิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายชุม สุกแสงเปล่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 610/2520ฎีกา 1195/2535ฎีกา 4257/2530ฎีกา 5594/2533ฎีกา 698/2537ฎีกา 1463-1464/2518ฎีกา 369/2522ฎีกา 351/2525ฎีกา 2902/2557ฎีกา 7255/2539ฎีกา 2752/2536ฎีกา 18343/2556ฎีกา 4619/2536ฎีกา 8296/2551ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 425/2501ฎีกา 672/2519ฎีกา 3329/2550ฎีกา 7617/2543ฎีกา 655/2498ฎีกา 265/2526ฎีกา 1/2511ฎีกา 2124/2532ฎีกา 915/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา