คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2497/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของลูกจ้างที่มึนเมาสุราในเวลาทำงาน พูดจาดูหมิ่นผู้บังคับบัญชา ละทิ้งหน้าที่ ก่อให้เกิดความวุ่นวายในที่ทำงาน ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอันร้ายแรง นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์มึนเมาสุราในเวลาทำงาน พูดจาก้าวร้าวท้าทาย ส.หัวหน้าแผนกธุรการแล้วละทิ้งหน้าที่ออกจากโรงงานไป เป็นการก่อให้เกิดสภาพไม่มีระเบียบวินัย ทำลายความสงบเรียบร้อยของสถานที่ทำงาน ทำลายความสามัคคีก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท เสียหายต่อการปกครองบังคับบัญชา และเสียหายแก่การงานของจำเลยที่โจทก์ละทิ้งไป ถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (3) จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยและเป็นกรรมการลูกจ้าง ศาลแรงงานกลางได้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ เพราะโจทก์กระทำผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหลายข้อ จำเลยจึงมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชย ซึ่งความผิดที่จำเลยยกขึ้นอ้างมิใช่ความผิดร้ายแรง ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า จำเลยขออนุญาตศาลแรงงานกลางเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ ฯ หลายข้อ คือจำเลยได้ดื่มสุรามีอาการมึนเมาในขณะปฏิบัติงาน ละทิ้งหน้าที่นอกบริเวณโรงงานโดยมิได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพก้าวร้าวผู้บังคับบัญชา พูดจาเอะอะโวยวายรบกวนการปฏิบัติงานของเพื่อนร่วมงาน จำเลยมีสิทธิพิจารณาโทษขั้นหนักได้ และได้เลิกจ้างโจทก์ตามที่ได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานกลาง จึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ของโจทก์ที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน โดยโจทก์มึนเมาสุราในเวลาทำงานพูดจาก้าวร้าวท้าทายนายโสภณหัวหน้าแผนกธุรการว่า 'ถ้างั้นหลังเลิกงานแล้วเจอกันดีกว่า คุณกับผมก็มีอายุห่างกันไม่เท่าไร' และว่า 'เดี๋ยวชกหน้าแม่มันเลย' หลังจากนั้นก็ละทิ้งหน้าที่ออกจากโรงงานไป เป็นการก่อให้เกิดสภาพไม่มีระเบียบวินัย ทำลายความสงบเรียบร้อยของสถานที่ทำงาน ทำลายความสามัคคีก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท เสียหายต่อการปกครองบังคับบัญชาตลอดจนเสียหายแก่การงานของจำเลยที่โจทก์ละทิ้งไป ถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๔๗ (๓) แล้ว จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2497/2529
นายสมบูรณ์ แสงพันธ์ โจทก์
บริษัทไทยสะเปเชียลไวร์ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมบูรณ์ แสงพันธ์ · จำเลย - บริษัทไทยสะเปเชียลไวร์ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · เพียร สุมิระ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายวิชัย เอื้ออังคณากุล · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา