⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2537/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2537/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่มีเจตนาทางการค้าหรือหากำไร ย่อมได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ แม้ว่าทรัพย์สินนั้นจะตั้งอยู่ในย่านการค้า หรือขายได้กำไรก็ตาม หากพิสูจน์ได้ว่าขณะได้มาไม่มีเจตนาทางการค้าหรือหากำไร

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 42 (9) ที่ใช้บังคับในขณะพิพาทที่บัญญัติว่า การขายทรัพย์สินซึ่งทรัพย์สินนั้นได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไรอันจะได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ หมายความว่า การได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยผู้ได้มาไม่มีเจตนาจะมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ตรงกันข้ามถ้าผู้ได้มาซึ่งทรัพย์สินมีเจตนาจะมุ่งในการค้าหรือหากำไรแล้ว ต่อมาได้ขายทรัพย์สินนั้นก็จะไม่ได้รับยกเว้นการเสียภาษีเงินได้ ข้อเท็จจริงที่โจทก์ซื้อที่ดินและตึกแถวมาแล้วเกิดความจำเป็นต้องกู้ยืมเงิน จึงนำที่ดินไปจำนองค้ำประกันหนี้ที่ธนาคารเพื่อนำเงินไปใช้ในทางการค้าหรือการใด ๆ ก็ดี และซื้อแล้วได้ใช้ตึกแถวเป็นที่เก็บสินค้าของห้างหุ้นส่วนก็ดี ย่อมเป็นเรื่องปกติธรรมดาของเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินที่พึงใช้ประโยชน์จากที่ดินนั้นกระทำกันทั่วไป ส่วนที่ว่าที่ดินและตึกแถวตั้งอยู่ในย่านทำเลการค้าก็หาแสดงว่า ผู้ซื้อได้ซื้อมาโดยเจตนามุ่งในทางการค้าหรือหากำไรไม่ เพราะผู้ซื้ออาจซื้อมาให้เป็นสถานประกอบการค้าหรือเพื่ออาศัยในอนาคตก็ได้ การขายที่ดินและตึกแถวไปในราคาที่สูงกว่าราคาที่ซื้อมาหาแสดงว่าเป็นการขายโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร เพราะที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอาจมีราคาสูงขึ้นตามสภาพและค่าของเงิน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.42

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๒๒ เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ ได้มีหนังสือแจ้งภาษีเงินได้ ภ.ง.ด.๑๑ ที่ ส.๑๐๔๐/๑/๑๒๐๓๘ ลงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๒๒ แจ้งการประเมินภาษีเงินได้ประจำปีภาษี พ.ศ. ๒๕๑๙ ให้โจทก์เสียภาษีจำนวน ๒,๑๘๖,๗๓๔.๘๐ บาท และเงินเพิ่มจำนวน ๔๓๗,๔๓๖.๙๖ บาทรวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๖๒๔,๐๘๑.๗๖ บาท โจทก์เห็นว่าการประเมินไม่ชอบได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาแล้วมีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ โดยเหตุผลว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินถูกต้อง แต่มีเหตุผลอันควรผ่อนผันจึงพิจารณาลดเงินเพิ่มที่เรียกเก็บลงเหลือร้อยละ ๕๐ ของเงินเพิ่มตามกฎหมายให้โจทก์นำเงินภาษีและเงินเพิ่มจำนวน ๒,๔๐๕,๔๐๘.๒๘ บาท ไปชำระ โจทก์เห็นว่าคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ ตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้ ภ.ง.ด.๑๑ ที่ส.๑๐๔๐/๑/๑๒๐๓๘ ลงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๒๒ และยกคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ ๘๑/๒๕๒๔ ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๒๔ และให้จำเลยที่ ๑ คืนเงินค่าภาษีจำนวน ๓๙,๙๔๒ บาทแก่โจทก์ หากเห็นว่าโจทก์ต้องเสียภาษีเงินได้ก็ขอได้สั่งแก้ไขจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียโดยให้ถือเงินได้พึงประเมินที่ได้รับในปีภาษีใดก็เป็นเงินได้ของปีภาษีนั้นและหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาให้ร้อยละ ๙๐ ของเงินได้โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม จำเลยทั้งสี่ให้การว่า การประเมินเรียกเก็บภาษีของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้ของเจ้าพนักงานประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้ ที่ส.๑๐๔๐/๑/๑๒๐๓๘ ลงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๒๒ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เลขที่ ๘๑/๒๕๒๔ ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๒๔ เฉพาะที่เกี่ยวกับเงินได้จากการขายที่ดินและตึกแถวเสียนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสี่ฎีกา ในปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า การขายที่ดินและตึกแถวของโจทก์เป็นการขายทรัพย์สินซึ่งทรัพย์สินนั้นได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไรไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๔๒ (๒) ที่ใช้บังคับในขณะพิพาทและที่เกี่ยวกับคดีนี้บัญญัติว่า 'การขายทรัพย์สินซึ่งทรัพย์สินนั้นได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร' นั้นหมายความว่า การได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยผู้ได้มาไม่มีเจตนาจะมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ตรงกันข้ามถ้าผู้ได้มาซึ่งทรัพย์สินมีเจตนาจะมุ่งในทางการค้าหรือหากำไรแล้วต่อมาได้ขายทรัพย์สินนั้นก็จะไม่ได้รับยกเว้นการเสียภาษีเงินได้ ข้อเท็จจริงที่โจทก์ซื้อที่ดินและตึกแถวมาแล้วเกิดความจำเป็นต้องกู้ยืมเงิน จึงนำที่ดินไปจำนองค้ำประกันหนี้ที่ธนาคารเพื่อนำเงินไปใช้ในทางการค้าหรือการใด ๆ ก็ดี และซื้อที่ดินแล้วได้ใช้ตึกแถวเป็นที่เก็บสินค้าของห้างหุ้นส่วนก็ดี ย่อมเป็นเรื่องปกติธรรมดาของเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินที่พึงใช้ประโยชน์จากที่ดินนั้นกระทำกันทั่วไปส่วนที่ว่าที่ดินและตึกแถวตั้งอยู่ในย่ายทำเลการค้าก็หาแสดงว่า ผู้ซื้อได้ซื้อมาโดยเจตนามุ่งในทางการค้าหรือหากำไรไม่ เพราะผู้ซื้ออาจซื้อมาใช้เป็นสถานประกอบการค้าหรือเพื่ออยู่อาศัยในอนาคตก็ได้ ในปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์ขายที่ดินและตึกแถวได้ราคาสูงกว่าราคาที่ซื้อมาถึง ๔,๑๕๐,๐๐๐ บาท ถือว่าเป็นการขายทรัพย์สินเพื่อหากำไร ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอาจมีราคาสูงขึ้นตามสภาพและค่าของเงิน หาแสดงว่าถ้าขายได้ราคาสูงกว่าที่ซื้อมาเป็นการขายโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไรไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2537/2529 นายถวัลย์ พงษ์พฤทธิโกศ โจทก์ กรมสรรพากร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายถวัลย์ พงษ์พฤทธิโกศ · จำเลย - กรมสรรพากร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง · มาโนช เพียรสนอง · ปลื้ม โชติษฐยางกูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี แสงศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4096/2528ฎีกา 98/2536ฎีกา 4719/2529ฎีกา 6220/2549ฎีกา 2366/2516ฎีกา 4458/2528ฎีกา 9909/2539ฎีกา 9038/2555ฎีกา 3322/2554ฎีกา 2341/2533ฎีกา 6348/2534ฎีกา 3353/2532ฎีกา 1603/2538ฎีกา 2077/2548ฎีกา 2629/2531ฎีกา 1005/2514ฎีกา 1201/2523ฎีกา 1793/2518ฎีกา 1762-1763/2559ฎีกา 5330/2537ฎีกา 502/2526ฎีกา 5563/2534ฎีกา 5133/2533ฎีกา 398/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา