⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2341/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2341/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์แล้วขายไป มิใช่การขายทรัพย์สินซึ่งได้มาโดยมุ่งทางการค้าหรือหากำไร หรือการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร จึงไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีการค้า

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซื้อที่ดินและตึกแถวพิพาทมาทำเป็นสำนักงานตรวจสอบบัญชี โดยชำระราคาบางส่วนและกู้เงินจากธนาคารบางส่วน โดยนำที่ดินและตึกแถวพิพาทจำนองไว้แก่ธนาคารแล้วผ่อนชำระต้นเงินและดอกเบี้ยแก่ธนาคาร โจทก์มิได้ประกอบการค้าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การที่โจทก์ได้มาซึ่งที่ดินและตึกแถวพิพาทแล้วขายไป จึงมิใช่การขายทรัพย์สินซึ่งได้ มาโดย มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร และไม่ได้ขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร โจทก์จึงไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีการค้า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.42 ประมวลรัษฎากร ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินภาษีของจำเลยที่ ๑ ทำการตรวจสอบการชำระภาษีอากรของโจทก์ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ แล้วประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและเงินเพิ่มรวม ๕๓๗,๙๑๕ บาท กับภาษีการค้าและเงินเพิ่มรวม ๒๕๑,๐๒๐ บาท อ้างว่าในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ โจทก์ขายที่ดินรวม ๒ โฉนด พร้อมด้วยตึกแถวสามชั้น ๓ คูหา ในราคา๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นการมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้โจทก์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและเงินเพิ่มรวม ๒๕๐,๘๘๖ บาท กับภาษีการค้า เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มรวม ๑๔๓,๒๒๐ บาท โจทก์ซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อใช้อยู่อาศัย และใช้เป็นสำนักงาน ในราคา ๑,๓๘๐,๐๐๐ บาท และชำระราคาบางส่วน โดยการจำนองและผ่อนชำระต่อธนาคารนครหลวงไทย จำกัดแต่จดทะเบียนซื้อขายไว้เพียง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ได้ต่อเติมตึกแถวเป็น ๔ ชั้น สิ้นค่าใช้จ่ายอีก ๑๕๐,๐๐๐ บาท ต่อมาโจทก์มีภาระในการชำระเงินจำนอง และมีรายได้จากสำนักงานตรวจบัญชีไม่ดีจึงขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไปในราคา ๒ ล้านบาท โดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร โจทก์ได้แสดงรายการยกเว้นภาษีการขายอสังหาริมทรัพย์ไว้ในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีพ.ศ. ๒๕๒๔ แล้ว กรณีของโจทก์ไม่ต้องเสียภาษีการค้า เพราะมิได้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นปกติการค้าและไม่ใช่กรณีที่จะต้องขออนุญาตค้าที่ดินจากกรมที่ดิน หากเป็นการซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างด้วยวิธีผ่อนชำระกับธนาคาร ซ่อมแซมต่อเติมเป็นตึกแถวเพียง ๒ คูหา และทำเลตั้งอยู่ในซอย ราคาที่ซื้อขายก็เป็นราคาปกติในท้องตลาด ไม่มีลักษณะเก็งกำไร การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนคำสั่งประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยทั้งสี่ให้การว่า โจทก์ซื้อที่ดินพร้อมตึกแถวที่ซอยจินดาถวิล เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๒ ในราคา ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทและขายไปในราคา ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๒๔โดยที่โจทก์ไม่เคยเข้าอยู่อาศัยและดำเนินกิจการใดในอาคารดังกล่าวเลย และเมื่อซื้อที่ดินพร้อมตึกแถวแล้ว โจทก์ทำงานประจำอยู่ที่บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต จำกัด นอกจากนี้ โจทก์ประกอบธุรกิจซื้อขายที่ดินมาโดยตลอด กล่าวคือในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ โจทก์ซื้อขายที่ดินโฉนดที่ ๕๗๗ และ ๒๗๙๒ เป็นเนื้อที่ ๒๖ ไร่ ซื้อขายที่ดินโฉนดที่๖๗๕๔ เนื้อที่ ๔๐๖ ตารางวา และขายบ้านเลขที่ ๑๖/๑ ซอยกิ่งจินดาถนนประดิพัทธ์ เขตพญาไท ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ โจทก์ซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์๒ หลัง และมีที่ดินที่ซอยสุขุมวิท ๑๐๓ เนื้อที่ ๑๐๖ ตารางวา เป็นพฤติการณ์ แสดงว่าโจทก์ดำเนินธุรกิจซื้อขายที่ดินเป็นปกติในทางการค้า การขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในคดีนี้ซื้อมาและขายไปในเวลาอันสั้น มีเจตนาเก็งกำไร กรณีของโจทก์ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๔๒ (๙) แห่งประมวลรัษฏากร ทั้งในการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้หักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นจำนวนเงิน๑,๔๒๒,๐๐๐.๘๘ บาท ออกจากรายได้ เพื่อคำนวณภาษีเงินได้และภาษีการค้าให้แล้ว เป็นการให้ความเป็นธรรมแก่โจทก์ ที่โจทก์อ้างว่าซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นเงิน ๑,๓๘๐,๐๐๐ บาทก็ไม่มีหลักฐานสนับสนุน ส่วนการค้าอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลรัษฎากรนั้นก็ไม่มีบทบัญญัติตามประมวลรัษฎากรว่าจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน โจทก์ขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในคดีนี้โดยเป็นการค้าและมุ่งกำไร การประเมินภาษีและคำวินิจฉัยอุทธรณ์จึงถูกต้องแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามทางนำสืบของโจทก์ซึ่งจำเลยมิได้นำสืบหักล้างเป็นอย่างอื่นว่า โจทก์ซื้อที่ดินและตึกแถวพิพาทมาทำเป็นสำนักงานตรวจสอบบัญชี และในการซื้อที่ดินและตึกแถวพิพาท โจทก์ได้ชำระราคาบางส่วนและกู้เงินจากธนาคารบางส่วน โดยเอาที่ดินและตึกแถวพิพาทจำนองไว้แก่ธนาคารเป็นจำนวนเงิน๙๕๒,๐๐๐ บาท แล้วผ่อนชำระต้นเงินและดอกเบี้ยแก่ธนาคารเดือนละ๑๓,๖๕๙ บาท ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๔, จ.๕, จ.๙, จ.๒๐ และ จ.๒๑จากข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงมีเหตุผลให้เชื่อได้ตามที่ดจทก์นำสืบว่าโจทก์ซื้อที่ดินและตึกแถวพิพาทก็โดยประสงค์จะตั้งเป็นสำนักงานตรวจสอบบัญชีเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อมุ่งในทางการค้าหรือเพื่อหากำไรดังนั้น การขายที่ดินและตึกแถวพิพาทจึงมิใช่เป็นการขายทรัพย์สินที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ส่วนที่ว่าก่อนหน้านี้โจทก์เคยขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแปลงอื่น ๆ อีกนั้นก็ได้ความจากนายภาณุทัต รัตโนคม พยานของฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีว่าสำนักงานภาษีสรรพากรเขตพื้นที่ ๑ ก็ได้เรียกโจทก์ไปทำการตรวจสอบเช่นเดียวกันกับคดีนี้มาก่อนแล้ว ผลการตรวจสอบปรากฏว่าการขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ในครั้งก่อน ๆ มิได้ขายเพื่อการค้าหรือมุ่งหากำไร อันแสดงว่าโจทก์มิได้ประกอบการค้าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแต่อย่างใด ดังนั้นข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าการที่โจทก์ได้มาซึ่งที่ดินและตึกแถวพิพาทและขายไป มิใช่เป็นการขายทรัพย์สินซึ่งได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร และไม่ได้ขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2341/2533 นางสาวสมเจตน์ จิวะพงศ์ โจทก์ กรมสรรพากร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวสมเจตน์ จิวะพงศ์ · จำเลย - กรมสรรพากร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ตัน เวทไว · เดชา สุวรรณโณ · สวิน อักขรายุธ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุชาติ สุขสุมิตร · ศาลอุทธรณ์ - นายทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5890/2539ฎีกา 4096/2528ฎีกา 98/2536ฎีกา 4719/2529ฎีกา 5775/2539ฎีกา 2303/2533ฎีกา 258/2530ฎีกา 6220/2549ฎีกา 2131/2537ฎีกา 4926/2533ฎีกา 2382/2534ฎีกา 4602/2531ฎีกา 520/2525ฎีกา 1899-1901/2520ฎีกา 1817-1818/2516ฎีกา 2366/2516ฎีกา 4458/2528ฎีกา 9909/2539ฎีกา 665/2523ฎีกา 2169/2534ฎีกา 6961/2540ฎีกา 7146/2545ฎีกา 1027/2510ฎีกา 423/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา