⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2539-2540/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2539-2540/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำละเมิดโดยประมาท ต้องระบุสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาให้ชัดเจนพอที่จำเลยจะเข้าใจได้ 2. ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยประเด็นที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ 3. หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนที่ไม่มีข้อจำกัดอำนาจ สามารถกระทำการใดๆ ในนามห้างได้ 4. เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ช. คนขับรถยนต์ของจำเลยขับรถยนต์ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง โดยขับรถเข้าไปในช่องทางเดินรถคันที่โจทก์ที่ 3 ขับเป็นเหตุให้รถชนกัน เป็นการบรรยายฟ้องโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาพอที่จำเลยจะเข้าใจได้แล้วฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ฎีกาในประเด็นที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างโจทก์มี 3 คน และไม่มีข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการคนใดคนหนึ่งย่อมมีสิทธิกระทำกิจการในนามห้างโจทก์ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 เจ้าของทรัพย์สินนอกจากจะมีสิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้แล้ว ยังมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมายอีกด้วย เมื่อจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินโจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1033 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1080 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนคดีหลังว่าโจทก์ที่ ๓ โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่าโจทก์ทั้งสามมอบอำนาจให้นายจำเริญ ศุภประเสริฐ ฟ้องคดีแทน โจทก์ที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดและเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ๒ บ - ๘๗๓๓ ซึ่งให้โจทก์ที่ ๒ เช่าซื้อไป โจทก์ที่ ๓ เป็นลูกจ้างของโจทก์ที่ ๒ จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดและเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน น.ม.๒๖๘๕๒ ซึ่งจำเลยที่ ๒ เป็นผู้เช่าซื้อไปเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ นายชาย ใจหยุด ขับรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน น.ม.๒๖๘๕๒ ของจำเลยทั้งสองด้วยความประมาทเข้าไปในช่องทางเดินรถของรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ๒ บ - ๘๗๓๓ ซึ่งโจทก์ที่ ๓ ขับเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันชนกันเสียหายนางสายลม อุทัยเก่า ภริยาโจทก์ที่ ๓ ซึ่งโดยสารมาในรถที่โจทก์ที่ ๓ ขับถึงแก่ความตาย จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นนายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดของนายชาย ใจหยุด โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ เสียค่าซ่อมรถ รถเสื่อมสภาพและขาดประโยชน์จากการใช้รถรวมทั้งสิ้น ๓๔๐,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๓ เสียค่าใช้จ่ายในการปลงศพนางสายลมและค่าขาดไร้อุปการะรวมทั้งสิ้น ๓๐,๖๙๐ บาท ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยทั้งสองสำนวนร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินทั้งสองจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ทั้งสองสำนวนขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๒ ทั้งสองสำนวนให้การว่า นายจำเริญ ศุภประเสริฐ ไม่มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ทั้งสาม ลายมือชื่อผู้มอบอำนาจโจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ เป็นลายมือชื่อปลอม ฟ้องโจทก์ขาดอายุความและเคลือบคลุม เดิมนายชาย ใจหยุด เคยเป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ แต่ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๒ เลิกจ้างนายชายแล้ว นายชายขับรถคันเกิดเหตุโดยจำเลยที่ ๒ ไม่ได้รู้เห็นยินยอม โจทก์ที่ ๑ ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะขณะเกิดเหตุได้ให้โจทก์ที่ ๒ เช่าซื้อรถไปแล้ว เหตุเกิดเพราะความประมาทของโจทก์ที่ ๓ โจทก์ที่ ๓ ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดไร้อุปการะ ระหว่างพิจารณา โจทก์ทั้งสองสำนวนขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นอนุญาต โจทก์ที่ ๒ ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นอนุญาตให้นายชาญ เกตุศิริ เข้าเป็นคู่ความแทนที่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ชดใช้ค่าซ่อมรถและค่าเสื่อมราคารถให้โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ เป็นเงิน ๑๙๕,๐๐๐ บาท ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถให้โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทค่าเสียหายให้โจทก์ที่ ๓ เป็นเงิน ๓๐,๖๙๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินแต่ละยอดนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๒ ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ทั้งสองสำนวนฎีกา ในปัญหาที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่บรรยายให้แจ้งชัดว่าจุดชนอยู่ตรงกิโลเมตรเท่าไรของถนน คนขับรถของโจทก์ขับด้วยอัตราความเร็วเท่าใด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์ที่ ๓ ขับรถยนต์จากจังหวัดฉะเชิงเทรามุ่งหน้าไปทางเขตมีนบุรี กรุงเทพมหานครครั้นถึงเขตมีนบุรีซึ่งเป็นที่เกิดเหตุนายชาย ใจหยุด ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จากเขตมีนบุรีมุ่งหน้าไปจังหวัดฉะเชิงเทราด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง กล่าวคือ นายชายขับรถเข้าไปในช่องทางเดินรถของรถคันที่โจทก์ที่ ๓ ขับเป็นเหตุให้รถชนกัน เช่นนี้ เห็นว่าคำฟ้องของโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาพอที่จำเลยจะเข้าใจได้แล้วจำเลยเองก็ให้การต่อสู้คดีว่าคนขับรถของโจทก์ที่ ๒ เพียงฝ่ายเดียวที่ประมาทขับแซงรถยนต์บรรทุกด้วยกันล่วงล้ำเข้ามาในเส้นทางเดินรถของจำเลยที่ ๒ จึงเกิดชนกัน ฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม ในปัญหาที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์ไม่กล่าวรายละเอียดว่าซ่อมอะไรบ้าง คำฟ้องส่วนนี้จึงเคลือบคลุม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมิได้ยกข้อนี้ขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับฟังวินิจฉัยให้ ในปัญหาที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า การมอบอำนาจของโจทก์ที่ ๑ ให้นายจำเริญ ศุภประเสริฐ ฟ้องคดีแทนไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะหุ้นส่วนผู้จัดการอื่นๆ มิได้รู้เห็นยินยอม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามหนังสือรับรองสำนักทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร เอกสารหมาย จ.๖ ระบุว่า หุ้นส่วนผู้จัดการห้างโจทก์ที่ ๑ มี ๓ คน คือนายอุดม อุดมมะนะ นายนิพนธ์ อุดมมะนะ และนายประเสริฐ และไม่มีข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนผู้จัดการ ฉะนั้นหุ้นส่วนผู้จัดการคนใดคนหนึ่งย่อมมีสิทธิกระทำกิจการในนามของห้างโจทก์ที่ ๑ ได้การที่นายนิพนธ์ อุดมมะนะ มอบอำนาจให้นายจำเริญ ศุภประเสริฐ ฟ้องคดีนี้ ตามเอกสารหมาย จ.๔ จึงเป็นการชอบแล้ว ในปัญหาที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นเพียงเจ้าของทรัพย์ไม่มีสิทธิฟ้องในมูลละเมิดได้นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๖ เจ้าของทรัพย์สินนอกจากจะมีสิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้แล้ว ยังมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมายอีกด้วย เมื่อจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ที่ ๑ ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน โจทก์ที่ ๑ จึงย่อมมีสิทธิฟ้องคดีได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2539 - 2540/2529 ห้างหุ้นส่วนจำกัดจิวเทียนเฮง กับพวก โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดชานนท์มอเตอร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดจิวเทียนเฮง กับพวก · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดชานนท์มอเตอร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเดชา สุวรรณโณ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 272/2490ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 967/2491ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544ฎีกา 8364/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 713/2512ฎีกา 8444/2538ฎีกา 1194/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา