คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2603-2604/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างมาประชุมไม่ทันกำหนดเวลาที่นายจ้างนัดหมาย โดยที่การนัดหมายไม่ได้ระบุความสำคัญของหัวข้อประชุม และการมาสายนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้าง ยังไม่ถือว่าเป็นการจงใจขัดคำสั่งหรือเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนนายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเรียกประชุมพนักงานทั้งหมดก่อนเวลาทำงานปกติถึงสองชั่วโมง คำสั่งนัดพนักงานมาประชุมก็ระบุเพียงว่าจำเลยมีความประสงค์จะขอความคิดเห็นและขอความร่วมมือ หาได้ระบุเน้นความสำคัญของหัวข้อประชุมไม่ ทั้งไม่ปรากฏว่าการประชุมในวันนี้มีเรื่องสำคัญอะไร โจทก์ไม่ได้ขาดประชุมเพียงแต่มาประชุมไม่ทันกำหนดเวลานัดเท่านั้น และไม่ปรากฏว่าได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยอย่างไร การกระทำของโจทก์ยังไม่พอฟังว่าจงใจที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือขัดคำสั่งของจำเลย ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย หรือเป็นความผิดกรณีที่ร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 และไม่เข้ากรณีที่จะเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุดังกล่าวจึงต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการลอกกล่าวล่วงหน้า
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นลูกจ้างประจำโดยโจทก์มิได้กระทำผิด ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า โจทก์ทั้งสองประพฤติผิดระเบียบข้อบังคับของจำเลยหลายครั้ง ถือว่าประพฤติผิดวินัยอย่างร้ายแรง จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษา ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์ทั้งสอง
จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า เวลาทำงานปกติของจำเลยเริ่มตั้งแต่เวลา ๙.๓๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๑๙.๓๐ นาฬิกา แต่จำเลยได้นัดประชุมพนักงานทั้งหมดในเวลา ๗.๓๐ นาฬิกา อันเป็นเวลาก่อนเวลาทำงานปกติถึงสองชั่วโมง และกรณีฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองขาดประชุมเพียงมาประชุมไม่ทันกำหนดเวลานัดเท่านั้น การกระทำของโจทก์ทั้งสองดังกล่าวยังไม่พอที่จะให้ฟังว่าจงใจที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือขัดคำสั่งของจำเลย นอกจากนี้ตามคำสั่งของจำเลยที่นัดพนักงานมาประชุมนั้น ก็ระบุเพียงว่าจำเลยมีความประสงค์จะขอความคิดเห็นและขอความร่วมมือเท่านั้น หาได้ระบุเน้นความสำคัญของหัวข้อประชุมไม่ อีกทั้งไม่ปรากฏด้วยว่าการประชุมในวันนั้นมีเรื่องสำคัญอะไรและการที่โจทก์ทั้งสองมาประชุมไม่ทันกำหนดเวลานัดได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยอย่างไร การกระทำของโจทก์ทั้งสองจึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยและไม่ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๔๗ และกรณีไม่เข้าเหตุที่จะเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๓ จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ทั้งสอง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2603 - 2604/2529
นางสาวพรรณี นิลพลอย กับพวก โจทก์
ร้านสหกร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวพรรณี นิลพลอย กับพวก · จำเลย - ร้านสหกร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · จำนง นิยมวิภาต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายปรีชา บุญญานันท์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา