⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3143/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3143/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยร้องบอกให้พวกทำร้ายผู้เสียหายจนถึงแก่ความตาย แต่จำเลยเพียงชกผู้เสียหาย 1 ครั้ง และพวกของจำเลยก็มิได้ทำตามที่จำเลยร้องบอก ทั้งที่สามารถกระทำได้ แสดงว่าจำเลยกับพวกมิได้มีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกอีก 2 คน รุมทำร้ายร่างกายผู้เสียหายในขณะที่ผู้เสียหายวิ่งหนีไปล้มลงนอนอยู่กับพื้น โดยพวกของจำเลยคนหนึ่งใช้มีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ศอก และพวกของจำเลยอีกคนหนึ่งใช้ไม้ไผ่ยาวประมาณ 1 แขน เป็นอาวุธฟันและตีผู้เสียหายหลายครั้งถูกที่ศีรษะผู้เสียหายมีบาดแผล 4 แห่ง ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร 3 เซนติเมตร และ 2 เซนติเมตรอีก 2 แห่งแพทย์ลงความเห็นว่ารักษาประมาณ 10 วันหาย แม้ขณะเกิดเหตุจำเลยจะร้องบอกกับพวกว่าเอาให้ตาย แต่ปรากฏว่าจำเลยชกผู้เสียหายเพียง 1 ครั้ง แล้วไม่ได้ทำอะไรอีก และพวกของจำเลยก็มิได้ทำตามที่จำเลยร้องบอกทั้งที่จะทำร้ายผู้เสียหายมากไปกว่านั้นก็ย่อมกระทำได้ พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยกับพวกมิได้มีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันใช้มีดและไม้เป็นอาวุธฟันและตีประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหายหลายครั้งโดยเจตนาฆ่าแต่ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตาย เพียงแต่ไม่ได้รับอันตรายแก่กายบาดเจ็บขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๘๓ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำคุก ๑๐ ปี ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓ จำคุก ๓ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่าจำเลยที่ ๑ กับพวกอีก ๒ คนโดยคนหนึ่งมีมีดปลายแหลมยาวประมาณ ๑ ศอกเป็นอาวุธ อีกคนหนึ่งมีไม้ไผ่ยาวประมาณ ๑ แขน เป็นอาวุธส่วนจำเลยที่ ๑ ไม่มีอาวุธ ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ในขณะที่ผู้เสียหายวิ่งหนีไปล้มลงนอนอยู่กับพื้น โดยพวกของจำเลยที่ ๑ คนหนึ่งใช้ไม้ไผ่ตีถูกบริเวณคอ ๑ ที จำเลยที่ ๑ ชกต่อยผู้เสียหาย ๑ ครั้ง ถูกบริเวณตาขวาของผู้เสียหาย ผู้เสียหายหน้ามืด จากนั้นผู้เสียหายก็ถูกตีและฟันที่ศีรษะอีกหลายครั้ง เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย มีบาดแผลที่บริเวณศีรษะซีกขวา ๔ แห่ง ยาวประมาณ ๔ เซนติเมตร ๓ เซนติเมตร และ ๒ เซนติเมตรอีก ๒ แห่ง เห็นว่า แม้พวกของจำเลยที่ ๑ จะใช้มีดและไม้ไผ่ฟันตีที่บริเวณศีรษะ แต่บาดแผลที่ปรากฏก็เป็นบาดแผลเล็กน้อยแพทย์มีความเห็นว่ารักษาประมาณ ๑๐ วันหาย และพนักงานสอบสวนก็เห็นว่าบาดแผลของผู้เสียหายไม่ร้ายแรง เมื่อจำเลยที่ ๑ กับพวกไปแล้วผู้เสียหายลุกขึ้นวิ่งกลับบ้านได้ พิเคราะห์ถึงอาวุธมีดที่พวกของจำเลยที่ ๑ ใช้ฟันทำร้ายประกอบกับโอกาสที่จะทำร้ายแล้ว หากจำเลยที่ ๑ กับพวกเจตนาที่จะฆ่าผู้เสียหายย่อมจะทำได้ เนื่องจากขณะนั้นผู้เสียหายอยู่คนเดียวและล้มนอนอยู่ และที่จำเลยที่ ๑ ร้องบอกพวกว่า เอาให้ตาย ก็ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ชกผู้เสียหายเพียง ๑ ครั้ง แล้วไม่ได้ทำอะไรอีก หากจำเลยที่ ๑ เจตนาให้ตายจำเลยที่ ๑ ก็น่าจะลงมือทำร้ายมากไปกว่าชกเพียง ๑ ที และพวกของจำเลยที่ ๑ ก็มิได้ทำตามที่จำเลยที่ ๑ ร้องบอกพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยที่ ๑ กับพวกมิได้มีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3143/2529 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายสมศักดิ์ สมัครเขตกิจ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายสมศักดิ์ สมัครเขตกิจ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อภินย์ ปุษปาคม · พิชัย วุฒิจำนงค์ · ยรรยง อิทธิพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายวิบูลย์ สุนทรวิภาต · ศาลอุทธรณ์ - นายเธียร ยูงทอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 789/2480ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 1215/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา