⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3771/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3771/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกจ้างโดยอ้างเหตุทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายได้โดยไม่ต้องยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตามมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างเหตุว่า โจทก์กระทำผิดวินัยฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง โจทก์จึงฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49 ปัญหาจึงมีเพียงว่าการเลิกจ้างเป็นธรรมหรือไม่ คดีไม่มีกรณีที่จะต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 123 โจทก์จึงไม่จำต้องยื่นคำร้องกล่าวหาผู้ฝ่าฝืนต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์โจทก์มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.123

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของจำเลย ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และสภาพการจ้างเดิม กับให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายในอัตราเท่ากับค่าจ้างสุดท้ายของโจทก์นับแต่วันเลิกจ้างจนถึงก่อนรับโจทก์กลับเข้าทำงาน 1 วันจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยอุทธรณ์ว่าการที่จำเลยมีข้อบังคับองค์การก๊าซธรรมชาติแห่งประเทศไทย(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2520 ว่าด้วยวินัย การสอบสวน และการลงโทษสำหรับพนักงานและลูกจ้างซึ่งถือได้ว่าข้อบังคับนี้เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและยังไม่ถูกยกเลิกจึงเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่มีผลใช้บังคับ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ตามข้อ 7(4) และ (9) แห่งข้อบังคับดังกล่าวและพระราชบัญญัติการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2521 มาตรา 23(1)จึงเป็นกรณีตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123ซึ่งโจทก์ต้องกล่าวหาจำเลยต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ภายใน 60 วัน ตามมาตรา 124 เมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าวโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลแรงงานได้ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าข้อพิพาทคดีนี้เป็นกรณีจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างเหตุว่าโจทก์กระทำผิดวินัยฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงโจทก์จึงฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 49 ดังนั้นปัญหาจึงมีเพียงว่าการเลิกจ้างของจำเลยเป็นธรรมหรือไม่ ซึ่งกรณีเช่นนี้ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายบังคับให้โจทก์ต้องร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือต้องปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างใดก่อนที่จะดำเนินคดีในศาลแรงงานคดีไม่มีกรณีที่จะต้องพิจารณามาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 โจทก์จึงไม่จำต้องยื่นคำร้องกล่าวหาผู้ฝ่าฝืนต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ทั้งข้อบังคับฉบับที่จำเลยยกขึ้นอุทธรณ์ก็เป็นข้อบังคับที่จำเลยรับว่า จำเลยได้จัดให้มีขึ้นตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเท่านั้น ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3771/2529 นาย เฉลิม ชัย ถิระพัฒน์ โจทก์ การ ปิโตรเลียม แห่งประเทศ ไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เฉลิม ชัย ถิระพัฒน์ · จำเลย - การ ปิโตรเลียม แห่งประเทศ ไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 6877/2544ฎีกา 7083/2548ฎีกา 1968/2533ฎีกา 5396/2540ฎีกา 768/2533ฎีกา 1941/2536ฎีกา 1221/2549ฎีกา 3555/2528ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 7044/2537ฎีกา 3943/2557ฎีกา 2093/2532ฎีกา 859/2527ฎีกา 843/2527ฎีกา 1371/2536ฎีกา 6252/2540ฎีกา 7420/2537ฎีกา 1392/2544ฎีกา 1850/2547ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 14399-14401/2553ฎีกา 15617/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา