⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4729/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4729/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างไม่มาทำงานเป็นเวลานาน ถือว่าเป็นการกระทำอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องตามมาตรา 583 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นายจ้างจึงมีสิทธิเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

ย่อคำพิพากษา

ระเบียบของจำเลยว่าด้วยการลา กำหนดให้พนักงานที่ลาป่วยครบกำหนดโดยมีสิทธิได้รับเงินเดือนแล้ว จำเป็นต้องรักษาตัวต่อไป มีสิทธิลาต่อได้ไม่เกิน 120 วัน โดยไม่ได้รับเงินเดือน แต่หากยังลาต่อไปอีกจำเลยปลดออกจากงานได้ ดังนี้ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานจำเลยได้ลาป่วยโดยได้รับเงินเดือนจนครบกำหนดแล้ว และหยุดงานเกินกว่า 120 วันต่อมาอีก จำเลยให้โจทก์ออกจากงาน ระบุว่าโจทก์ป่วยเป็นโรคประสาทเรื้อรัง จึงไม่ถือว่าโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย กรณีไม่ใช่ให้โจทก์ออกจากงานเนื่องจากขาดงานเป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน ที่ศาลแรงงานกลางอ้างเหตุว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ขาดงานดังกล่าว จึงเป็นเรื่องนอกเหนือไปจากคำสั่งเลิกจ้าง ทั้งการที่โจทก์ไม่ยื่นใบลาหลังครบกำหนดลาป่วยแล้วก็มิใช่กรณีที่โจทก์ทำผิด อันต้องด้วยข้อยกเว้นที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ โจทก์ลาป่วยครั้งสุดท้ายแล้วไม่ได้ยื่นใบลาป่วยต่อจำเลยอีกและโจทก์ไม่ได้มาทำงานอีกเลย จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ การไม่มาทำงานเป็นเวลานานดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์กระทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้อง ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.583

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นพนักงานของธนาคารจำเลยอัตราเงินเดือนสุดท้ายเดือนละ ๑๑,๓๓๐ บาท ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์ อ้างเหตุโจทก์เจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติงานในหน้าที่โดยสม่ำเสมอ โดยจำเลยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า และไม่จ่ายค่าชดเชย ขอบังคับให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยพร้อมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ลาป่วยครบ ๑๒๐ วันแล้ว โจทก์ไม่มาทำงานอีกเลย จำเลยจึงมีคำสั่งให้ปลดออกจากงาน การที่โจทก์ลาป่วยครบกำหนดแล้วไม่ได้มาทำงานอีก ทั้งไม่ได้มีการลาหรือแจ้งให้จำเลยทราบถึงความจำเป็นที่มาปฏิบัติงานไม่ได้โจทก์จึงขาดงานเกิน ๓ วันทำงานติดต่อกัน เป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายจำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ลาป่วยรวม๑๒๐ วัน โดยในช่วงแรก ๖๐ วันได้รับเงินเดือนเต็ม ช่วงที่สาม ๖๐ วันได้รับเงินเดือนกึ่งหนึ่ง ต่อมาโจทก์ป่วยติดต่อกันอีก ๑๒๐ วัน โดยไม่ได้รับเงินเดือน และยื่นใบลาในตอนแรก แต่ในช่วงหลังประมาณ ๒๐ วันไม่ได้ยื่นใบลาจำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์หลังจากครบ ๑๒๐ วันที่โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เฉพาะป่วยไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ไม่ใช่เป็นการให้ออกเพราะโจทก์ละทิ้งหน้าที่จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ วินิจฉัยว่า ตามระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่ ๑๘๐ ว่าด้วยการลาของพนักงานธนาคารออมสิน ข้อ ๒๒ กำหนดให้ธนาคารจำเลยปลดพนักงานผู้ที่ลาป่วยครบกำหนดแล้วยังลาต่อ หรือไม่สามารถมาทำงานได้นั้น เป็นแต่เพียงข้อกำหนดที่ให้อำนาจผู้อำนวยการของจำเลยที่จะพิจารณาให้พนักงานของจำเลยที่ลาป่วยครบกำหนดที่มีสิทธิได้รับเงินเดือนแล้วจำเป็นต้องรักษาตัวต่อไปจะอนุญาตให้ลาต่อได้ไม่เกิน ๑๒๐ วัน โดยไม่ได้รับเงินดือน หากยังลาต่ออีกก็ให้ธนาคารจำเลยปลดออกจากงานได้ เห็นได้ว่าการที่โจทก์ลาป่วยเกินกำหนดเวลาตามระเบียบการของจำเลยดังกล่าว มิได้เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย และหนังสือของจำเลยที่ให้โจทก์ออกจากงานก็ระบุเพียงว่าโจทก์ป่วยเป็นโรคประสาทเรื้อรัง ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ ฉะนั้นการที่โจทก์หยุดงานเกินกว่า ๑๒๐ วัน อันเป็นเหตุให้จำเลยปลดโจทก์ออกจากงานได้ก็ตามยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลย และเมื่อคำสั่งปลดจำเลยให้ระบุให้โจทก์ออกจากงาน ตามข้อ ๒๒ ของข้อบังคับของจำเลยดังกล่าว กรณีจึงมิใช่เป็นการให้โจทก์ออกจากงานเนื่องจากโจทก์ขาดงานเป็นเวลา ๓ วันทำงานติดต่อกันที่ศาลแรงงานกลางอ้างเหตุว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ขาดงานดังกล่าวจึงเป็นเรื่องนอกเหนือไปจากคำสั่งเลิกจ้างของจำเลย ฉะนั้น ที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเนื่องจากโจทก์ไม่ยื่นใบลาหลังจากครบกำหนดลาป่วยแล้ว จึงมิใช่กรณีที่โจทก์ทำผิด อันต้องด้วยข้อยกเว้นที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชนให้แก่โจทก์ตาม ข้อ ๔๑ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ ข้อที่โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์มีสิทธิได้สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเพราะโจทก์เจ็บป่วยเป็นโรคประสาทเรื้อรัง เป็นการหยุดงานอันมีเหตุอันสมควร นั้นปรากฏว่าโจทก์ลาป่วยครั้งสุดท้าย ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๙ ถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ แล้วไม่ได้ยื่นใบลาป่วยต่อจำเลยอีก และโจทก์ไม่ได้มาทำงานอีกเลย จนกระทั่งถึงเดือนเมษายน ๒๕๒๙ จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ การไม่มาทำงานของโจทก์เป็นเวลานานเช่นนี้ ถือได้ว่าโจทก์กระทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของงานให้ลุล่วงไปโดยถูกต้อง ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๐ จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน ๖๗,๙๘๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่เลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากาาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4729/2529 นายสำราญ ดาราเย็น ฯ โจทก์ ธนาคารออมสิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสำราญ ดาราเย็น ฯ · จำเลย - ธนาคารออมสิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพจน์ นาถะพินธุ · จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสนิท นิติธรรมาศ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3371/2527ฎีกา 3591/2529ฎีกา 674/2526ฎีกา 2599/2541ฎีกา 2542/2533ฎีกา 3070/2529ฎีกา 4921/2532ฎีกา 3431/2542ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 97-98/2529ฎีกา 2257/2543ฎีกา 3117/2543ฎีกา 1352/2542ฎีกา 3908/2524ฎีกา 3852/2535ฎีกา 3903/2524ฎีกา 4042/2542ฎีกา 2030/2528ฎีกา 3199/2525ฎีกา 295/2541ฎีกา 3026/2538ฎีกา 2746/2531ฎีกา 116/2543ฎีกา 4490/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา