⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 905/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 905/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาของศาลฎีกาในประเด็นใดที่ได้วินิจฉัยยุติไปแล้ว คู่ความจะยกขึ้นอุทธรณ์อีกไม่ได้ และการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยไว้แล้ว ถือเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลฎีกาวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นเรื่องฟ้องเคลือบคลุมและคดีขาดอายุความไปแล้ว และย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาในประเด็นข้ออื่น เมื่อศาลแรงงานกลางพิพากษาคดีใหม่ จำเลยจะยกปัญหาดังกล่าวซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยยุติไปแล้วขึ้นอุทธรณ์อีกไม่ได้ ต้องห้ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า เมื่อโจทก์จำเลยมิใช่นายจ้างลูกจ้างกันแล้ว กรณีโจทก์จำเลยจึงไม่ใช่คดีพิพาทที่เกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง โจทก์จึงไม่มีสิทธิ์ที่จำนำคดีมาฟ้องยังศาลแรงงานได้ เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย เพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้อง ถือว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา54 ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การเลิกจ้างของจำเลยถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหาย พิพากษายกคำขอของโจทก์ในข้อนี้และโจทก์มิได้อุทธรณ์ ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง จำเลยมีสิทธิ์เลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหายและถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าโจทก์มิใช่ลูกจ้างประจำของจำเลย การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในค่าชดเชย ฯลฯ แก่โจทก์ เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.54 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีเรื่องนี้ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยมาครั้งหนึ่งแล้วว่า ในปัญหาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่และฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ว่า จำเลยมิได้ให้การโดยชัดแจ้งว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมตรงไหน อย่างไร จึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ และโจทก์ฟ้องเรียกเงินหลายจำนวนอายุความมีหลายประเภทต่างกันเป็นเรื่อง ๆ ไป จึงต้องแสดงเหตุแห่งการปฏิเสธ ว่าจำเลยอ้างอายุความในเรื่องใด เหตุใดฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ คำให้การของจำเลยสั้น ๆ ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะมิได้ฟ้องคดีภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา๑๗๗ วรรคสอง สำหรับปัญหาว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยหรือไม่ ศาลแรงงานกลางยังฟังข้อเท็จจริงไม่ยุติ เห็นควรย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ใหม่ พร้อมกับวินิจฉัยปัญหาตามประเด็นข้อ ๒ เฉพาะเรื่องอำนาจฟ้อง ปัญหาตามประเด็นข้อ ๔ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ และปัญหาประเด็นข้อ ๕ จำเลยจะต้องรับผิดใช้สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่างหน้า ค่าชดเชย เงินประกัน ค่าจ่างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าน้ำมัน รถค้างชำระ ค่าเสียหานอันเกิดแต่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เงินเพิ่มและดอกเบี้ยแก่โจทก์หรือไม่เสียด้วย พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยข้อ ๑ ข้อ ๒ เฉพาะเรื่องอายุความและพิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้พิจารณาพิพากษาใหม่ในประเด็นข้อ ๒ เฉพาะอำนาจฟ้อง และประเด็นข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ ศาลแรงงานกลางพิจารณาใหม่แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย และโจทก์มีอำนาจฟ้อง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์มิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยต้องรับผิดในค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๖,๘๙๔ บาท ค่าชดเชย ๔๑,๓๖๔ บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ๓๔๔.๗๐ บาท และเงินประกัน ๓,๘๐๕ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยจ่ายค่าน้ำมันรถหรือค่าพาหนะซึ่งถือเป็นค่าจ้าง ๒,๕๓๘.๘๐ บาท พร้อมทั้งเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าของค่าจ้าง ดังกล่าวทุก๗ วันนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นๆ ให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและฟ่องโจทก์ขาดอายุความนั้น เห็นว่า จำเลยได้ยกขึ้นอุทธรณ์มาแล้วในครั้งก่อน ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว คำวินิจฉัยของศาลฎีกาในปัญหาดังกล่าวย่อมเป็นอันยุติ จำเลยจะยกขึ้นอุทธรณ์อีกไม่ได้ ต้องห้ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าเมื่อโจทก์จำเลยมิใช่นายจ้างลูกจ้างกันแล้ว กรณีโจทก์จำเลยจึงมิใช่คดพิพาทที่เกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง โจทก์จึงไม่มีสิทธิ์ที่จะนำคดีมาฟ้องยังศาลแรงงานได้นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย เพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้องที่จำเลยยกขึ้นอ้าง ถือว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาแรงงาน พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง การติดต่อกับโจทก์ก็ยากลำบากไม่ทันการจนจำเลยต้องจ้างทนายความสำนักงานอื่นมาดำเนินคดีแทนหลายคดี จำเลยจึงมีสิทธิ์เลิกจ้างโจทก์โดยจำเลยไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหาย เพราะถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมหรือไม่นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในปัญหาที่ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมหรือไม่นั้น ศาลแรงงานวินิจฉัยว่า การเลิกจ้างของจำเลยถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหาย ระหว่างถูกเลิกจ้างและพิพากษายกคำขอของโจทก์ในข้อนี้ ซึ่งโจทก์มิได้อุทธรณ์ ข้ออุทธรณ์ของจำเลยในปัญหาดังกล่าวจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์มิใช่ลูกจ้างประจำของจำเลย การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างค้างชำระ ค่าจ้างที่หักไว้เป็นประกันการทำงาน ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี รวมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้ออุทธรณ์ดังกล่าวของจำเลยเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานฟังว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยจึงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีการพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 905/2529 นายกิตติพงษ์ เหมเชษฐ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี แอนด์ เอส เอนยิเนียริ่ง ซัพพลาย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกิตติพงษ์ เหมเชษฐ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี แอนด์ เอส เอนยิเนียริ่ง ซัพพลาย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสมมาตร พรหมานุกูล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2909/2524ฎีกา 2893/2540ฎีกา 356/2530ฎีกา 2749/2538ฎีกา 4715/2542ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1941/2536ฎีกา 5086/2537ฎีกา 3136/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา