⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 965/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 965/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้อุทธรณ์ไม่ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้คู่ความอีกฝ่ายภายในกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง ถือว่าเป็นการทิ้งอุทธรณ์ ศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีได้โดยไม่ต้องวินิจฉัยเนื้อหาแห่งคดี

ย่อคำพิพากษา

อุทธรณ์เป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 1 (3) จำเลยเป็นผู้อุทธรณ์ถือว่าจำเลยเป็นโจทก์ในชั้นอุทธรณ์ เมื่อจำเลยมิได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายในกำหนด 15 วันตามที่ศาลชั้นต้นสั่งย่อมถือว่าจำเลยทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 (1) ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้โดยไม่ต้องวินิจฉัยในประเด็นเรื่องนี้และบทบัญญัติในสองมาตราดังกล่าวให้นำมาใช้บังคับแก่การพิจารณาลแะการชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นอุทธรณ์ โดยอนุโลมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 246 การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการทิ้งฟ้องให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความจึงชอบแล้ว แม้จะฟังว่าจำเลยวางเงินค่านำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้ไว้กับเจ้าหน้าที่ศาลแล้ว จำเลยก็ยังมีหน้าที่ต้องนำเจ้าหน้าที่ศาลไปส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ เมื่อจำเลยไม่จัดการนำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้น กำหนดก็ชอบที่ศาลจะสั่งจำหน่ายคดีเสียได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.70 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.235 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวของโจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกไปจากตึกแถวของโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์สำเนาให้โจทก์แก้และให้ผู้อุทธรณ์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายใน ๑๕ วัน แต่จำเลยมิได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวถือว่าจำเลยทิ้งฟ้อง อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ (๒) จึงให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๑ (๓) บัญญัติว่า "คำฟ้อง" หมายความว่า กระบวนพิจารณาใด ๆ ที่โจทก์ได้เสนอข้อหาต่อศาล ไม่ว่าจะได้เสนอด้วยวาจาหรือทำเป็นหนังสือไม่ว่าจะได้เสนอต่อศาลชั้นต้นหรือชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา ไม่ว่าจะได้เสนอในขณะที่เริ่มคดีโดยคำฟ้องหรือคำร้องขอ หรือเสนอในภายหลังโดยคำฟ้องเพิ่มเติมหรือแก้ไขหรือฟ้องแย้ง หรือโดยสบดเข้ามาในคดีไม่ว่าด้วยสมัครใจหรือถูกบังคับ หรือโดยมีขอให้พิจารณาใหม่ ดังนั้น อุทธรณ์จึงเป็นคำฟ้องตามนัยแห่งกฎหมายดังกล่าวซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๐ วรรคสอง ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น บัญญัติว่า คำฟ้องนั้นให้โจทก์มีหน้าที่จัดการนำส่ง คดีนี้จำเลยเป็นผู้อุทธรณ์ถือว่าจำเลยเป็นโจทก์ในชั้นอุทธรณ์ที่ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยซึ่งเป็นผู้อุทธรณ์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายใน ๑๕ วัน จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว เมื่อจำเลยมิได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ย่อมถือได้ว่าเป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ (๒) ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๒ (๑) บัญญัติว่าให้ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้โดยไม่ต้องวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นเรื่องนี้ บทบัญญัติทั้งสองมาตราดังกล่าวนี้อยู่ในบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในศาลชั้นต้น และมิได้มีบัญญัติไว้ในลักษณะว่าด้วยอุทธรณ์ จึงนำมาใช้บังคับแก่การพิจารณาและการชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นอุทธรณ์ ได้โดยอนุโลมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๖ บัญญัติไว้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการทิ้งฟ้อง ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความจึงชอบแล้วส่วนที่จำเลยอ้างว่าได้วางเงินค่านำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้ไว้กับเจ้าหน้าที่ศาลแล้วเป็นเงิน ๗๐ บาทนั้น เห็นว่าตามกฎหมายกำหนดให้จำเลยซึ่งเป็นผู้อุทธรณ์มีหน้าที่จัดการนำส่งคำฟ้องอุทธรณ์ดังวินิจฉัยมาแล้ว แม้จะฟังว่าจำเลยว่างเงินค่านำส่งสำเนาอุทธรณ์แล้ว จำเลยก็ยังมีหน้าที่ต้องนำเจ้าหน้าที่ศาลไปส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ เมื่อจำเลยไม่จัดการนำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็ชอบที่ศาลจะสั่งจำหน่ายคดีเสียได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 965/2529 บริษัทไพบูลย์สมบัติ จำกัด โจทก์ นายแสงศักดิ์ เลิศขจรสุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไพบูลย์สมบัติ จำกัด · จำเลย - นายแสงศักดิ์ เลิศขจรสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุทิศ บุญชู · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอนุกิจ สิงหโชติสุขแพทย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3643/2537ฎีกา 464/2549ฎีกา 793/2504ฎีกา 5579/2567ฎีกา 3492/2547ฎีกา 4957/2541ฎีกา 1065/2533ฎีกา 13043/2557ฎีกา 7355/2537ฎีกา 5440/2537ฎีกา 908/2513ฎีกา 7578/2538ฎีกา 1177-1178/2511ฎีกา 4110/2552ฎีกา 2909/2524ฎีกา 3191/2532ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 5732/2552ฎีกา 4810/2542ฎีกา 1010/2539ฎีกา 609/2526ฎีกา 6025/2538ฎีกา 4715/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา