⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1743/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1743/2530

ป.อาญา ม.80, 337

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของผู้เสียหายที่แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อขอความคุ้มครอง ไม่ถือว่าเป็นการขัดขืนการข่มขู่ แต่เป็นการกระทำตามปกติเพื่อป้องกันตนเอง การกระทำของผู้ข่มขู่จึงเป็นความผิดสำเร็จแล้ว

ย่อคำพิพากษา

เมื่อผู้เสียหายได้อ่านจดหมายกรรโชกของจำเลยแล้วจึงตกลงยอมจะให้เงินตามที่เรียกร้องเนื่องจากเกรงจะได้รับอันตราย การที่ผู้เสียหายไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ทราบถึงเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นแก่ตนก็เป็นการแจ้งเพื่อขอความคุ้มครองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ประชาชนกระทำกันตามปกติมิใช่ผู้เสียหายไม่ยอมทำตามการขู่เข็ญ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสำเร็จ ไม่ใช่อยู่ในชั้นพยายาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.337

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.337 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 337 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 337 จำคุก 4 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 337 จำคุก 2 ปี 8 เดือน โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเมื่อผู้เสียหายได้รับจดหมายกรรโชกตามเอกสารหมาย จ.1 แล้วได้ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังที่นัดวางเงินเพื่อจับกุมผู้กรรโชก จึงแสดงว่าผู้เสียหายไม่ได้ยอมตามคำขู่เข็ญ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามกรรโชกนั้นปัญหาข้อนี้ผู้เสียหายเบิกความว่าเมื่อได้อ่านจดหมายกรรโชกเอกสารหมาย จ.1 แล้ว ผู้เสียหายได้ปรึกษากับภรรยา แล้วตกลงยอมจะให้เงินตามที่เรียกร้องเนื่องจากเกรงจะได้รับอันตราย นอกจากนี้ยังได้เบิกความด้วยว่า ได้ไปแจ้งต่อสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอปัวว่า ตกลงยินยอมที่จะให้เงินตามที่เรียกร้องและได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบติดตามไปสองคน เพื่อนำเงินไปวางไว้ยังที่นัดหมายเพราะกลัวไม่ปลอดภัย ซึ่งแสดงว่าผู้เสียหายยอมจ่ายเงินตามที่ถูกกรรโชก การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสำเร็จแล้วไม่ใช่อยู่ในขั้นพยายามดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย การที่ผู้เสียหายไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ทราบถึงเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นแก่ตนนั้นเป็นการแจ้งเพื่อขอความคุ้มครองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ประชาชนกระทำกันตามปกติธรรมดาไม่ได้แสดงว่าผู้เสียหายไม่ยอมทำตามการขู่เข็ญดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแต่อย่างใดฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่าให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1743/2530 อัยการ น่าน โจทก์ นาย ประชุม ไชย ปา ละ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ น่าน · จำเลย - นาย ประชุม ไชย ปา ละ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3307/2531ฎีกา 5840/2544ฎีกา 2848/2527ฎีกา 959/2531ฎีกา 7998/2561ฎีกา 4521/2539ฎีกา 6252/2531ฎีกา 1392/2564ฎีกา 2246/2520ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1089/2559ฎีกา 180/2554ฎีกา 593/2510ฎีกา 1672/2569ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1888/2548ฎีกา 753/2539ฎีกา 1250/2520ฎีกา 5487/2548ฎีกา 9308/2546ฎีกา 3237/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา