คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 176/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจสอบคู่ความเพื่อกำหนดราคาทรัพย์ที่พิพาทและใช้ข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบนั้นประกอบการใช้ดุลพินิจสั่งคำร้องได้ หากคู่ความไม่ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มตามกำหนด ถือว่าเป็นการทิ้งคำร้อง
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดไว้ ศาลสอบคู่ความเกี่ยวกับราคาทรัพย์ที่พิพาทแล้วตีราคาตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมิน และสั่งให้ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มภายใน 15 วัน ดังนี้การที่ศาลสอบคู่ความและจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างหนึ่งที่ศาลมีอำนาจกระทำได้และถือว่าเป็นการไต่สวนแล้ว หากให้คู่ความนำพยานเข้าสืบไต่สวนก็จะไม่ได้ข้อเท็จจริงแตก ต่างนอกเหนือจากการสอบคู่ความและไม่อาจทำให้ประเด็นที่จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงไป ศาลย่อมมีอำนาจนำข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบคู่ความมารับฟังประกอบการใช้ดุลพินิจ ทำคำสั่งตามที่เห็นควรได้ เมื่อผู้ร้องไม่เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มภายในเวลาที่ศาลกำหนดจึงเป็นการทิ้งฟ้อง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากดจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้เงินยืมและศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยไม่ชำระหนี้โจทก์นำยึดที่พิพาท ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้องทรัพย์พิพาทราคาประมาณ 200,000 บาท ขอให้ปล่อยทรัพย์
โจทก์ให้การว่า ทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยที่ 2 ทรัพย์พิพาทปัจจุบันราคา 4,500,000 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินไว้ในขณะทำการยึด 3,283,000 บาท ไม่ใช่ราคา 200,000 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องเพื่อประวิงคดีทำให้โจทก์เสียหายขอให้ผู้ร้องวางเงินประกันค่าเสียหายและขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นสอบคู่ความเกี่ยวกับราคาที่พิพาทแล้วมีคำสั่งให้ผู้ร้องนำค่าขึ้นศาลมาชำระเพิ่มให้ครบถ้วนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินไว้ ผู้ร้องไม่นำมาชำระภายในเวลาที่ศาลกำหนด ศาลจำหน่ายคดี
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ผู้ร้องฎีกาว่า ศาลสั่งให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มโดยไม่มีการไต่สวนหาข้อเท็จจริงจากพยานทั้งสองฝ่าย เป็นการไม่ชอบนั้น คดีปรากฏว่าก่อนที่ศาลชั้นต้นจะทำการไต่สวนคำร้องขัดทรัพย์ ศาลชั้นต้นสอบคู่ความได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่พิพาทว่า เมื่อ พ.ศ. 2526 ธนาคารโจทก์รับจำนองที่พิพาทไว้เป็นเงิน 2,000,000 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาที่พิพาทในขณะนำยึดเพื่อขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์ไว้เป็นเงิน3,283,000 บาท กับปรากฏตามคำร้องของผู้ร้องและประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีเรื่องขายทอดตลาดที่พิพาทว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินมีโฉนดตั้งอยู่ที่แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานครเนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 38 ตารางวา ด้านทิศใต้จดถนนรามคำแหงรถยนต์เข้าถึง ความละเอียดปรากฏตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 7547/2522 ของศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลสอบคู่ความและจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาก็เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างหนึ่งที่ศาลมีอำนาจกระทำได้และถือว่าเป็นการไต่สวนแล้ว หากให้คู่ความนำพยานเข้าสืบไต่สวนก็จะไม่ได้ข้อเท็จจริงแตกต่างนอกเหนือจากการสอบคู่ความและไม่อาจทำให้ประเด็นที่จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงไป ศาลย่อมมีอำนาจนำข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบคู่ความมารับฟังประกอบในการใช้ดุลพินิจทำคำสั่งตามที่เห็นสมควรได้ดังนั้น ที่ศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบคู่ความชัดแจ้งเพียงพอและสั่งให้ผู้ร้องนำค่าขึ้นศาลมาชำระเพิ่มภายใน 15 วันโดยตีราคาที่พิพาทตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินและถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีนั้น เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข เมื่อผู้ร้องไม่เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มภายในเวลาที่ศาลกำหนด เช่นนี้ จึงเป็นการทิ้งฟ้อง ศาลสั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องได้ ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 176/2530
ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด โจทก์
บริษัท สมบัติ เหลือง สุวรรณ จำกัด กับพวก จำเลย
นาย เกียรติศักดิ์ เลิศ กิติโกศ ล ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด · จำเลย - บริษัท สมบัติ เหลือง สุวรรณ จำกัด กับพวก · ผู้ร้อง - นาย เกียรติศักดิ์ เลิศ กิติโกศ ล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เฉลิม การปลื้มจิตต์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ