คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1811/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 81 ย่อมมีผลเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289 (4) ประกอบด้วยมาตรา 80 โจทก์จึงฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงในข้อหาความผิดดังกล่าวไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,364, 365 (2) (3), 288, 289 (4), 80, 81, 90, 91 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 81 และมาตรา 365 และความผิดดังกล่าวเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทจึงลงโทษตามมาตรา 288, 81 อันเป็นบทหนักให้จำคุก 1 ปี และรอการลงโทษไว้ 3 ปี ยกคำขออื่น ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 81 ด้วย คงลงโทษในความผิดกรรมนี้ตามมาตรา 365 ให้จำคุก 6 เดือน และรอการลงโทษไว้ 3 ปี ดังนี้ มีผลเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 289 (4) ประกอบด้วยมาตรา 80 โจทก์จึงฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงในข้อหาความผิดดังกล่าวไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า จำเลยบังอาจมีอาวุธปืนติดตัวบุกรุกเข้าไปในบ้านของโจทก์ แล้วยกอาวุธปืนขึ้นจ้องเล็งไปที่ตัวโจทก์หมายจะฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ยังไม่ทันลั่นไกก็มีบุคคลเข้ามาขัดขวางแย่งอาวุธปืนจากจำเลยไปได้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๔, ๓๖๕ (๒) (๓), ๒๘๘, ๒๘๙ (๔), ๘๐, ๘๑, ๙๐, ๙๑
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้ประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าและบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๑ และมาตรา ๓๖๕ แต่ความผิดสองฐานนี้เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘,๘๑ อันเป็นบทหนักจำคุก ๑ ปี รอการลงโทษจำคุกไว้ ๓ ปี
โจทก์และจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘,๘๑ คงลงโทษฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ ให้จำคุก ๖ เดือนและรอการลงโทษไว้ ๓ ปีนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘,๒๘๙ (๔) ประกอบด้วยมาตรา ๘๐
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙ (๔) ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ นั้นปรากฏว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๔, ๓๖๕ (๒) (๓), ๒๘๘, ๒๘๙ (๔), ๘๐, ๘๑, ๙๐, ๙๑ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๑ และมาตรา ๓๖๕ แต่ความผิดดังกล่าวเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘, ๘๑ อันเป็นบทหนักจำคุก ๑ ปี และให้รอการลงโทษจำคุกไว้ ๓ ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๑ ด้วย คงให้ลงโทษในความผิดกรรมนี้ตามมาตรา ๓๖๕ จำคุก ๖ เดือน และให้รอการลงโทษจำคุกไว้ ๓ ปี ดังนี้ มีผลเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙ (๔) ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ โจทก์จึงจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในข้อหาความผิดดังกล่าวไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ ฎีกาของโจทก์ที่ว่าพยานหลักฐานฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙ (๔) ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายกฎีกาโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1811/2530
นางวรรณา กริชยานนท์ โจทก์
นางจิตรา ลีระเติมพงษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางวรรณา กริชยานนท์ · จำเลย - นางจิตรา ลีระเติมพงษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล · สุนทร จันทรศักดิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายกีรติ กาญจนรินทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายลิขิต ไชยฤทธิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา