คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2055/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการอ้างสิทธิในทรัพย์สินที่ตนครอบครองอยู่ แม้จะพิพาทกันอยู่ ก็ไม่ถือเป็นเจตนาลักทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
ต้นมะม่วงที่จำเลยสอยเอาผลปลูกอยู่ในที่ดินที่กำลังพิพาทในเรื่องสิทธิกันอยู่ระหวางจำเลยกับผู้เสียหาย โดยจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่ดินนั้น เมื่อมีผู้ไปห้ามจำเลยก็เถียงว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของจำเลย ดังนี้ จำเลยหามีเจตนาลักมะม่วงนั้นไม่ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักเอาผลมะม่วงราคา ๗๒๔ บาท ของโรงเรียนบ้านบอน ผู้เสียหาย ไปโดยทุจริต จำเลยเคยต้องโทษตามคดีอาญาของศาลชั้นต้น ฐานบุกรุก จำคุก ๑ ปี และปรับ ๓,๐๐๐ บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ ๒ ปี จำเลยได้กระทำผิดในคดีนี้ภายใน ๒ ปีที่ศาลได้รอการลงโทษไว้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔, ๓๓๕, ๕๖, ๕๘ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๗๒๔ บาทแก่ผู้เสียหาย และขอให้บวกโทษที่รอการลงโทษไว้เข้ากับโทษในคดีนี้ด้วย
จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาของศาลชั้นต้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕ (๘) จำคุก ๑ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน ๗๒๔ บาทแก่ผู้เสียหาย แต่ไม่บวกโทษที่รอการลงโทษ เพราะคดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยทำรั้วกั้นที่ดินที่เกิดเหตุซึ่งมีต้นมะม่วงที่จำเลยสอยผลมะม่วงปลูกอยู่ จำเลยพิพาทกับครูใหญ่โรงเรียนบ้านบอนเรื่องสิทธิในที่ดินดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รอการพิจารณาคดีไว้จนกว่าคดีที่จำเลยบุกรุกที่ดินเกิดเหตุจะถึงที่สุด ปัญหามีว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้องหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ที่เกิดเหตุซึ่งต้นมะม่วงปลูกอยู่จำเลยกับผู้เสียหายพิพาทกันเรื่องสิทธิในที่ดิน คดียังไม่ถึงที่สุด ต้นมะม่วงที่จำเลยสอยผลมะม่วงปลูกอยู่ในเขตรั้วของจำเลยแสดง ว่าระหว่างพิพาทกันเรื่องสิทธิในที่ดินนี้ จำเลยครอบครองที่ดินและต้นมะม่วงที่เกิดเหตุ จำเลยสอยผลมะม่วงตามฟ้องก่อนคำพิพากษาศาลฎีกา เรื่อง บุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ ได้อ่านให้คู่ความฟัง ได้ความจากคำของนายสุพรรณและนายเก้า ประจักษ์พยานโจทก์ว่า พยานได้ร้องบอกจำเลยว่ามะม่วงเป็นของโรงเรียนอย่าไปสอย จำเลยไม่เชื่อฟังโดยจำเลยเถียงว่าที่ดินที่ใช้ปลูกมะม่วงเป็นของจำเลย จำเลยมีสิทธิจะสอย ซึ่งจำเลยอ้างตนเองเป็นพยานต่อสู้คดีในข้อนี้มาโดยตลอด ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยไม่มีเจตนาลักทรัพย์ดังกล่าวการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2055/2530
พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์
นายสมัย ชาติมนตรี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ · จำเลย - นายสมัย ชาติมนตรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เจริญ นิลเอสงฆ์ · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายชวลิต ยงพาณิชย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา