⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 213/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขาดงานหลายครั้งที่เกิดขึ้นในระยะเวลาใกล้เคียงกัน บริษัทฯ สามารถนำจำนวนวันขาดงานทั้งหมดมารวมกันเพื่อพิจารณาลงโทษตามระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ ได้ หากจำนวนวันขาดงานรวมเกินกว่าที่กำหนดไว้ในระเบียบฯ บริษัทฯ ย่อมมีสิทธิลงโทษไล่ออกได้โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินการตามลำดับขั้นของการลงโทษแต่ละครั้งก่อน

ย่อคำพิพากษา

ระเบียบบริษัท ฯ จำเลยว่าด้วยการลาได้กำหนดไว้ว่าพนักงานที่ขาดงานในรอบปีจะได้รับโทษทางวินัยตามลำดับ คือ ขาดงานครั้งแรกจะถูกตัดเงินเดือนร้อยละ 5 ขาดงานครั้งที่ 2 ถูกตัดเงินเดือนร้อยละ 6 ขาดงานครั้งที่ 3 ถ้าได้ขาดงานมาแล้วในครั้งที่ 1 ที่ 2 รวมกับครั้งที่ 3 เกินกว่า 10 วันให้ลงโทษไล่ออกฐานมีพฤติการณ์แสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบคำสั่งและข้อบังคับของบริษัท ฯ ดังนั้น เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัท ฯ ขาดงาน 3 ครั้ง โดยครั้งแรกขาดงานรวม 7 วัน ครั้งที่ 2 ขาดงานรวม 1 วันครั้งที่ 3 ขาดงานรวม 6 วัน โจทก์ขาดงานทั้งสามครั้งรวม 14 วัน ต้องด้วยระเบียบข้อบังคับของบริษัท ฯ การที่บริษัท ฯ ไล่โจทก์ออกจากงาน จึงเป็นการลงโทษที่ถูกต้องตามระเบียบนั้นแล้ว หาจำเป็นต้องลงโทษตามขั้นตอนตั้งแต่การขาดงานครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ก่อนไม่ เพราะการขาดงานในครั้งที่ 1 และที่ 2 นั้น ผู้บังคับบัญชาของโจทก์ก็ทำรายงานเพื่อพิจารณาโทษของโจทก์อยู่แล้วซึ่งต้องใช้เวลาบ้าง ทั้งโจทก์ขาดงานในระยะที่ใกล้เคียงกัน บริษัท ฯ จึงนำการขาดงานทั้งสามครั้งมารวมพิจารณาลงโทษได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.10 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.11

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่า มีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบคำสั่งและข้อบังคับของบริษัท โดยขาดงาน ๗ วัน ๑ วัน และ ๖ วัน ตามลำดับซึ่งตามระเบียบของบริษัท ฯ จำเลยได้กำหนดการลงโทษไว้ตามลำดับนั้น คือ ขาดงานครั้งแรกถูกตัดเงินเดือนร้อยละ ๕ ครั้งที่สองถูกตัดเงินเดือนร้อยละ ๖ หรือ ๗ ตามลำดับของจำนวนวันที่ขาด ฉะนั้นก่อนเลิกจ้าง พนักงานผู้นั้นจะต้องเคยถูกลงโทษด้วยการตัดเงินเดือนตามลำดับ ซึ่งเป็นเสมือนการเตือนให้รู้ตัวก่อนการถูกเลิกจ้าง จำเลยลงโทษไม่ชอบด้วยระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการลาจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้เพิกถอนคำสั่งและรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งอัตราค่าจ้างและสวัสดิการเดิม พร้อมทั้งจ่ายค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะขาดงานรวม ๓ ครั้ง ระเบียบบริษัทฯ จำเลย ได้กำหนดบทลงโทษให้ไล่ออกจากงานเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิกลับเข้าทำงานหรือได้รับค่าเสียหายแต่อย่างใด ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณาโจทก์ยอมรับว่าตามที่จำเลยแถลงเกี่ยวกับรายงานการขาดงานและการพิจารณาโทษเกี่ยวกับตัวโจทก์ และเอกสารต่าง ๆ ที่จำเลยส่งศาลนั้นเป็นความจริง แต่จำเลยมิได้ลงโทษโจทก์ตามขั้นตอนที่ปรากฏในระเบียบของจำเลย ศาลแรงงานกลางเห็นว่าตามคำแถลงของจำเลยและคำรับของโจทก์คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่าคำสั่งของจำเลยที่ให้ไล่โจทก์ออกจากงานนั้นเป็นคำสั่งที่ชอบตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามระเบียบบริษัทขนส่ง จำกัด ว่าด้วยการลา พุทธศักราช ๒๕๒๒ ข้อ ๔๓ กำหนดไว้ว่า 'พนักงานที่ขาดงานในรอบปีตามข้อ ๔๒ จักต้องได้รับโทษทางวินัย ดังนี้ ๔๓.๑ ขาดงานครั้งที่ ๑ ให้ตัดเงินเดือนร้อยละ ๕ ของเงินเดือนคูณด้วยจำนวนวันที่ขาดงาน ๔๓.๒ ขาดงานครั้งที่ ๒ ให้ตัดเงินเดือนร้อยละ ๖ ของเงินเดือนคูณด้วยจำนวนวันที่ขาดงาน ฯลฯ ๔๓.๕ ขาดงานครั้งที่ ๓ ถ้าได้ขาดงานมาแล้วในครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ รวมกับครั้งที่ ๓ แล้วเกินกว่า ๑๐ วันให้ลงโทษไล่ออกฐานมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับของบริษัทฯ' ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ขาดงาน ๓ ครั้ง คือครั้งแรกขาดงานตั้งแต่วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๒๗ ถึงวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๗ รวม ๗ วัน ครั้งที่ ๒ ขาดงานในวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๗ จำนวน ๑ วัน และครั้งที่ ๓ ขาดงานตั้งแต่วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๒๘ ถึงวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๒๘ รวม ๖ วัน รวมสามครั้งโจทก์ขาดงาน ๑๔ วัน กรณีจึงต้องด้วยระเบียบดังกล่าวข้อ ๔๓.๕ การที่จำเลยมีคำสั่งให้ไล่โจทก์ออกจากงาน จึงเป็นการลงโทษที่ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย หาจำเป็นต้องลงโทษตามขั้นตอนตั้งแต่การขาดงานครั้งที่ ๑ และครั้ง ๒ ก่อนไม่ เพราะการขาดงานครั้งที่ ๑ และที่ ๒ นั้น ผู้บังคับบัญชาของโจทก์ก็ได้ทำรายงานเพื่อพิจารณาโทษของโจทก์อยู่แล้ว โดยต้องเสนอไปตามลำดับชั้น ซึ่งต้องใช้เวลาบ้าง แต่โจทก์ขาดงานแต่ละครั้งในระยะใกล้เคียงกันจำเลยยังไม่ทันมีคำสั่งลงโทษตามขั้นตอนดังกล่าว โจทก์ก็ขาดงานอีกในครั้งที่ ๓ จำเลยจึงนำมารวมพิจารณาลงโทษ โดยรวมการขาดงานของโจทก์ทั้งสามครั้งได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2530 นางสาวศุภปรียา ซันกูล โจทก์ บริษัทขนส่ง จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวศุภปรียา ซันกูล · จำเลย - บริษัทขนส่ง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายเฉลิม สุคนธ์ขจร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6877/2544ฎีกา 7083/2548ฎีกา 5396/2540ฎีกา 1221/2549ฎีกา 378/2531ฎีกา 7044/2537ฎีกา 4921/2532ฎีกา 2093/2532ฎีกา 859/2527ฎีกา 6252/2540ฎีกา 1850/2547ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4369/2530ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 14399-14401/2553ฎีกา 15617/2558ฎีกา 3041/2531ฎีกา 1352/2542ฎีกา 5678/2530ฎีกา 3493-3494/2531ฎีกา 3365/2533ฎีกา 2157/2543ฎีกา 237/2529ฎีกา 1486/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา