⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2353/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2353/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของราษฎรที่มิใช่เป็นการกระทำความผิดซึ่งหน้า ย่อมไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะจับกุมผู้กระทำความผิด และผู้ถูกจับมีสิทธิป้องกันตนให้พ้นจากการถูกจับได้ แต่การป้องกันเกินสมควรแก่เหตุย่อมต้องรับผิดตามกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

กรณีที่มิใช่เป็นการกระทำความผิดซึ่งหน้า ราษฎรย่อมไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะจับกุมผู้กระทำความผิด ดังนั้น การที่ ข.กับผู้ตายซึ่งเป็นเพียงราษฎรจะเข้าจับกุมจำเลยภายหลังเกิดเหตุจำเลยทำร้ายผู้อื่นแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิป้องกันเพื่อให้พ้นจากการที่จะต้องถูกจับได้ แต่การที่จำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้ตายที่หน้าอกส่วนล่างใต้นมเหนือชายโครงซ้าย และผู้ตายถึงแก่ความตายในคืนเกิดเหตุนั้นเอง แสดงว่าจำเลยแทงโดยแรง และเป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยเลือกแทงที่อวัยวะสำคัญ โดยไม่ปรากฏว่า ช.กับผู้ตายมีอาวุธหรือแสดงอาการในลักษณะที่จะทำร้ายจำเลยนอกเหนือจากการกระทำเพื่อจับกุมจำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.79 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพกพาเหล็กขูดชาฟท์ไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร และใช้เหล็กขูดชาฟท์นั้นแทงนางสาวพิศมัยถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๓๗๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และผิดฐานพกพาอาวุธตามมาตรา ๓๗๑ อีกกระทงหนึ่งลงโทษจำคุก ๑๘ ปี ปรับ ๘๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทำร้ายผู้ตายเป็นการป้องกันตัวแต่การกระทำของจำเลยเกินสมควรแก่เหตุ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๖๙ จำคุก ๑๐ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในวันเดียวกับวันเกิดเหตุ แต่เป็นเวลาก่อนเกิดเหตุ จำเลยได้ใช้ท่อนเหล็กตีศีรษะของนายโฮมแตกโลหิตไหล และได้แจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจไว้แล้ว ต่อมานายชาติและนางสาวพิศมัยผู้ตายเห็นจำเลยเดินผ่านมาก็จะเข้าจับกุมจำเลย จำเลยชักเหล็กขูดชาฟท์ออกมาจากเอวแทงนายชาติ แต่นายชาติหลบเสียทัน ผู้ตายได้ผ่านหลังนายชาติเพื่อจะเข้าไปล็อกคอจำเลย จึงถูกจำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงที่ราวนมด้านซ้าย ๑ ที ผู้ตายถึงแก่ความตายในวันเกิดเหตุนั้นเอง ปัญหาต่อไปมีว่าจำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้ตายเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า แม้ขณะเกิดเหตุคดีนี้นายชาติและผู้ตายมีเจตนาเพียงจะเข้าไปจับกุมจำเลยในกรณีที่จำเลยได้ใช้ท่อนเหล็กตีทำร้ายนายโฮมพวกของนายชาติเท่านั้น แต่การกระทำของจำเลยในกรณีทำร้ายนายโฮมนั้น มิใช่เป็นการกระทำความผิดซึ่งหน้า นายชาติและผู้ตายเป็นเพียงราษฎรย่อมไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะจับกุมจำเลยได้โดยลำพัง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๗๙ เมื่อนายชาติและผู้ตายจะเข้าจับกุมจำเลยซึ่งไม่มีอำนาจที่จะกระทำเช่นนั้น จำเลยย่อมมีสิทธิป้องกันเพื่อให้พ้นที่จะต้องถูกจับได้ แต่การที่จำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้ตายถูกที่หน้าอกซ้ายส่วนล่างใต้นมเหนือชายโครงถึงแก่ความตายในคืนเกิดเหตุนั้นเอง แสดงว่าจำเลยแทงโดยแรงและตำแหน่งบาดแผลคือที่หน้าอกใกล้ราวนม ซึ่งเป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยเลือกแทงถูกที่อวัยวะสำคัญ โดยไม่ปรากฏว่านายชาติและผู้ตายมีอาวุธหรือแสดงอาการในลักษณะที่จะทำร้ายจำเลยนอกเหนือจากการกระทำเพื่อจับกุมจำเลยนั้น การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2353/2530 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายบรรเทิง ดอกไม้ไหว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายบรรเทิง ดอกไม้ไหว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม การปลื้มจิตต์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายอำไร วิจิตรเวชการ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดมศักดิ์ ศิริอ่อน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา