⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2433/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2433/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้บัตรเครดิตที่รู้ว่าเป็นของผู้อื่นและไม่ใช่ของตนเอง ถือเป็นการใช้เอกสารสิทธิปลอม.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทุกคนรู้ภาษาอังกฤษ เมื่อข้อความด้าน หน้าบัตรเครดิตมีข้อความว่าเปลี่ยนไม่ได้ (NOTTRANSFERABLE) จำเลยทุกคนรู้แล้วว่าบัตรเครดิตเป็นของบุคคลอื่นตน เองย่อมไม่อาจนำมาใช้ได้ และด้าน หลังของบัตรก็มีลายมือชื่อของเจ้าของบัตรที่แท้จริง (AUTHORIZEDSIGNATURE) และมีข้อความรวม ๆ ซึ่งมีความหมายว่า ผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของบัตรเครดิตจะนำไปใช้ไม่ได้ ขอให้ส่งคืนแก่บริษัทผู้เสียหายจำเลยทุกคนรู้ว่าการนำบัตรเครดิตไปใช้จะต้องลงชื่อให้ตรงกับลายมือชื่อหลังบัตรนั้น แต่จำเลยก็ยังคงเอาบัตรเครดิตดังกล่าวไปใช้ดังนี้เชื่อ ว่าจำเลยใช้บัตรเครดิตไปโดยรู้ว่าเป็นบัตรเครดิตปลอมจำเลยจึงมีความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268, 83, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 และริบของกลาง จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ให้วางโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 คนละ 2 ปี ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 กระทงละ 2 ปี รวม 3 กระทงจำคุก 6 ปี และลงโทษจำคุกจำเลยที่ 4 กระทงละ 2 ปี รวม 6 กระทงจำคุก 12 ปี รอบของกลางคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 3 ที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยทั้งห้าในข้อหาใช้เอกสารสิทธิปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268ด้วย ไม่ริบของกลางนอกจากที่แก้คงให้เป็นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...บัตรเครดิตตามเอกสารหมาย จ.1, จ.2,จ.5, จ.6 เป็นบัตรเครดิตปลอมหรือไม่ กรณีฟังได้ว่า บัตรเครดิตดังกล่าวเป็นของปลอม ปัญหาต่อไปคงมีว่า จำเลยรู้หรือไม่ว่าบัตรเครดิตดังกล่าวเป็นบัตรเครดิตปลอม จำเลยทุกคนรู้ภาษาอังกฤษจะเห็นได้ว่า จำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 เบิกความเป็นภาษาอังกฤษข้อความด้านหน้าบัตรเครดิตดังกล่าวมีข้อความว่าเปลี่ยนไม่ได้ (NOTTRANSFERABLE) ดังนั้นจำเลยทุกคนรู้แล้วว่าบัตรเครดิตเป็นของบุคคลอื่นตนเองย่อมไม่อาจนำมาใช้ได้และด้านหลังของบัตรเครดิตก็มีลายมือชื่อของเจ้าของบัตรที่แท้จริง (AUTHORIZED SIGNATURE)และมีข้อความรวม ๆ มีความหมายว่าผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของบัตรจะนำไปใช้ไม่ได้ ขอให้ส่งคืนแก่บริษัทผู้เสียหาย จำเลยทุกคนรู้ว่าการนำบัตรไปใช้จะต้องลงชื่อให้ตรงกับลายมือชื่อหลังบัตร แต่จำเลยก็ยังคงกระทำไป การกระทำดังกล่าว ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยใชับัตรเครดิตไปโดยรู้ว่า บัตรเครดิตดังกล่าวเป็นบัตรเครดิตปลอม การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยคดีชอบแล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2433/2530 พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ โจทก์ นาย เลาเลียงฮก หรือ ปัง อา ซอย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ · จำเลย - นาย เลาเลียงฮก หรือ ปัง อา ซอย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3107/2552ฎีกา 255/2529ฎีกา 17579/2555ฎีกา 3637/2559ฎีกา 9026/2553ฎีกา 415/2469ฎีกา 2229/2566ฎีกา 90/2468ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 2918/2522ฎีกา 98/2537ฎีกา 414/2531ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 13725/2553ฎีกา 905/2536ฎีกา 3935/2550ฎีกา 5406/2530ฎีกา 1786/2554ฎีกา 2907/2526ฎีกา 230/2486ฎีกา 468/2566ฎีกา 3911/2568ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3020/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ