⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2580/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2580/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปลูกสร้างอาคารโดยสุจริตในที่ดินของผู้อื่น โดยเข้าใจว่าตนมีสิทธิปลูกสร้างได้ และได้ครอบครองที่ดินส่วนที่รุกล้ำนั้นสืบสืบต่อจากเจ้าของเดิมด้วยเจตนาเป็นเจ้าของโดยสงบและเปิดเผยเกินกว่าสิบปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนนั้นโดยการครอบครองปรปักษ์

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินและตึกแถวของโจทก์จำเลยอยู่ติดกันและเดิม เป็นของเจ้าของคนเดียวกัน โจทก์จำเลยต่างเช่า จากเจ้าของเดิม ต่อมาที่ดินและตึกแถวที่โจทก์เช่า ตก เป็นของ ม. ส่วนที่ดินและตึกแถวที่จำเลยเช่าตก เป็นของ ช. แล้วต่อมาที่ดินและตึกแถวที่โจทก์เช่า ได้โอนกรรมสิทธิ์เป็นของโจทก์และส่วนที่จำเลยเช่า โอนกรรมสิทธิ์เป็นของจำเลย ระหว่างที่ดินและตึกแถวยังเป็นกรรมสิทธิ์ของ ม.และ ช. นั้น จำเลยได้รื้อตึกแถวเก่าของตน แล้วปลูกสร้างขึ้นใหม่ภายในเขตแนวเดิม โจทก์รื้อครัวที่อยู่ด้าน หลังตึกแถวของโจทก์และติดกับผนังตึกด้าน ข้างตึกแถวจำเลยแล้วปลูกสร้างขึ้นใหม่พร้อมกันโดยใช้ผนังด้าน หลังของห้องครัวโจทก์กับผนังด้าน ข้างของตึกแถวจำเลยร่วมกัน และจ้างช่าง ปลูกสร้างคนเดียวกัน โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์หรือ ม. ทักท้วงห้ามปราม แม้ว่าบางส่วนของที่ดินที่จำเลยปลูกสร้างตึกแถวนั้นจะอยู่ในโฉนด ที่โจทก์ซื้อ แต่จำเลยเข้าใจในขณะปลูกสร้างว่า ที่ดินตรงที่ปลูกสร้างนั้นเป็นที่ดินที่อยู่ในโฉนด ที่จำเลยเช่าจึงเป็นกรณีที่จำเลยอาศัยสิทธิของเจ้าของที่ดินตามสภาพที่เป็นอยู่ปลูกสร้างตึกแถวในที่ดินโจทก์ที่จำเลยเข้าใจว่าจำเลยมีสิทธิปลูกสร้างได้ เป็นการปลูกโดยสุจริต เมื่อจำเลยเข้าครอบครองที่ดินในส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์สืบสิทธิของ ช. โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตั้งแต่จำเลยได้ปลูกสร้างตึกแถวนับถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโจทก์ส่วนที่ถูกตึกแถวจำเลยปลูกรุกล้ำโดยการครอบครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 6037, 6138และบ้านเลขที่ 194/48-49 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของอาคารเลขที่ 194/47 ซึ่งปลูกอยู่บนโฉนด เลขที่ 6135ได้ปลูกรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ประมาณ 20 เซนติเมตร ยาวประมาณ 8 เมตร ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอน จำเลยให้การว่า จำเลยรับโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาจากนายชูชัย โจทก์รับโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาจากนายมนต์ชัยจำเลยปลูกสร้างอาคารโดยสุจริตและครอบครองมาเกินกว่า 10 ปีแล้วโจทก์ไม่อาจบังคับให้รื้อถอนได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382แล้ว ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นอื่น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยไม่โต้เถียงกันรับฟังได้ว่าตึกแถวโจทก์จำเลยอยู่ติดกัน เดิมที่ดินและตึกแถวของโจทก์จำเลยเป็นของเจ้าของคนเดียวกันฝ่ายโจทก์จำเลยต่างก็เช่าตึกแถวจากเจ้าของเดิมครั้งที่ดินและตึกแถวที่ฝ่ายโจทก์เช่าอยู่นั้นถูกโอนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของนายมนต์ชัย ส่วนที่ฝ่ายจำเลยเช่าถูกโอนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของนายมนต์ชัย ส่วนที่ฝ่ายจำเลยเช่าถูกโอนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของนายชูชัย โจทก์จำเลยก็ย้งคงอยู่ในตึกแถวที่ตนเคยอยู่ต่อไประหว่างที่ดินและตึกแถวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของคนใหม่นั้น จำเลยได้รื้อตึกแถวเก่าของตนแล้วปลูกสร้างขึ้นใหม่แทนที่สิ่งก่อสร้างที่รื้อออกไปภายในเขตแนวเดิม ส่วนฝ่ายโจทก์ได้รื้อครัวที่ปลูกสร้างอยู่ด้านหลังตึกแถวโจทก์และติดกับผนังตึกด้านข้างตึกแถว จำเลยแล้วปลูกสร้างขึ้นใหม่พร้อมกันโดยใช้ผนังด้านหลังของตึกห้องครัวโจทก์กับผนังด้านข้างของตึกแถวจำเลยร่วมกัน และว่าจ้างช่างปลูกสร้างคนเดียวกัน โดยไม่ปรากฏว่าเจ้าของที่ดินเดิมทักท้วงห้ามปราม ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ว่าบางส่วนของที่ดินที่จำเลยปลูกสร้างตึกแถวนั้นอยู่ในโฉนดที่โจทก์ซื้อแต่จำเลยเจ้าใจในขณะปลูกสร้างว่าที่ดินตรงที่ปลูกสร้างนั้นเป็นที่ดินที่อยู่ในโฉนดเลขที่ 6135 จึงเป็นกรณีที่จำเลยอาศัยสิทธิของเจ้าของที่ดินตามสภาพที่เป็นอยู่ปลูกสร้างตึกแถวในที่ดินโจทก์หรือนายมนต์ชัย เจ้าของเดิมที่จำเลยเข้าใจว่าจำเลยมีสิทธิปลูกสร้างได้ และเป็นการปลูกสร้างโดยสุจริตหลังจากที่ดินและตึกแถวนั้นโอนตกมาเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์จำเลยแล้วโจทก์จำเลยก็ยังครอบครองที่ดินและตึกแถวเป็นส่วนสัดภายในแนวเขตในส่วนที่ตนเคยอยู่แต่ครั้งยังเป็นผู้เช่าตลอดเรื่อยมา พฤติการณ์ระหว่างโจทก์และจำเลยดังกล่าวแสดงว่าโจทก์และนายมนต์ชัยยินยอมให้จำเลยปลูกสร้างตึกแถวบนที่ดินตามสภาพที่เป็นอยู่แต่ครั้งยังเป็นของนายมนต์ชัยโดยไม่ได้ทักท้วงห้ามปราม ซึ่งพฤติการณ์เช่นนี้ น่าเชื่อว่าจำเลยได้ใช้สิทธิอำนาจปรปักษ์เข้าครอบครองที่ดินในส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ สืบสิทธิของนายชูชัย เจ้าของเดิม โดยความสงบและโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ตั้งแต่จำเลยได้ปลูกสร้างตึกแถวเป็นต้นไปซึ่งนับถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้วจำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโจทก์ในส่วนถูกตึกแถวจำเลยปลูกรุกล้ำโดยการครอบครองปรปักษ์ โจทก์ไม่มีสิทธิที่จำฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนตึกแถวในส่วนรุกล้ำที่ดินโจทก์แต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2580/2530 นาย ชัยวัฒน์ อัญชลีวิลาวัณย์ โจทก์ นาย ไพบูลย์ ตั้งยืนยง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ชัยวัฒน์ อัญชลีวิลาวัณย์ · จำเลย - นาย ไพบูลย์ ตั้งยืนยง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม การปลื้มจิตต์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 726/2493ฎีกา 1589/2567ฎีกา 3375/2532ฎีกา 472/2526ฎีกา 9788/2553ฎีกา 2675/2527ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 1219-1222/2526ฎีกา 1564/2529ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 955/2535ฎีกา 472/2513ฎีกา 107/2493ฎีกา 1368/2510ฎีกา 529/2497ฎีกา 4415/2528ฎีกา 383/2490ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 1539/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ