⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2677/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2677/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้ในคดีล้มละลายที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ทุนทรัพย์ไม่เกินสองหมื่นบาท ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง และการอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นถือเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง.

ย่อคำพิพากษา

กรณีที่เจ้าหนี้ในคดีล้มละลายยื่นคำขอรับชำระหนี้ที่มีจำนวนทุนทรัพย์ไม่เกินสองหมื่นบาท ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 153 การอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยถึงแม้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่มีสิทธิยกปัญหาดังกล่าวขึ้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 153.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.91 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.94 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.153 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.179

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องจากศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ (จำเลย) เด็ดขาด เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้อ้างว่าลูกหนี้ (จำเลย) ค้างชำระค่าสินค้าเจ้าหนี้อยู่ เป็นเงิน ๙,๐๐๐ บาท และได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงิน ๙,๐๐๐ บาท ให้เจ้าหนี้ไว้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสนอความเห็นต่อศาลชั้นต้นขอให้สั่งยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๐๗ (๑) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงิน ๙,๐๐๐ บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าพยานหลักฐานที่เจ้าหนี้นำมาแสดงชั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คงมีแต่สำเนาคำรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทท้ายคำขอกับพยานบุคคลซึ่งเป็นพยานบอกเล่า และเจ้าหนี้มิได้นำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงยังไม่พอรับฟังว่าเจ้าหนี้เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายและมีสิทธิยื่นคำขอให้ลูกหนี้ (จำเลย) ชำระหนี้ ชอบที่ศาลจะต้องยกคำขอเสียนั้น เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เมื่อคดีในชั้นนี้เป็นกรณีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ที่มีจำนวนทุนทรัพย์ไม่เกินสองหมื่นบาท จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๓ ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัย ถึงแม้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่มีสิทธิยกปัญหาดังกล่าวขึ้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๓ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และยกฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ คงให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2677/2530 บริษัทไทยแลนด์ยูเนียนเทรดเดอร์ส จำกัด โจทก์ บริษัทอาร์ เอส ฟิล์ม รีโปรดักชั่น จำกัด เจ้าหนี้ บริษัทลอบสเตอร์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไทยแลนด์ยูเนียนเทรดเดอร์ส จำกัด · เจ้าหนี้ - บริษัทอาร์ เอส ฟิล์ม รีโปรดักชั่น จำกัด · จำเลย - บริษัทลอบสเตอร์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คำนึง อุไรรัตน์ · ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายทวีชัย เจริญบัณฑิต · ศาลอุทธรณ์ - นายประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3017/2544ฎีกา 6412-6413/2538ฎีกา 244/2535ฎีกา 33/2501ฎีกา 184/2536ฎีกา 12701/2557ฎีกา 1463/2509ฎีกา 472/2551ฎีกา 108/2546ฎีกา 1224/2508ฎีกา 6039/2545ฎีกา 5845/2540ฎีกา 364/2536ฎีกา 4957/2536ฎีกา 2140/2533ฎีกา 7258/2540ฎีกา 4123/2543ฎีกา 1491/2538ฎีกา 2630/2545ฎีกา 667/2511ฎีกา 3538/2536ฎีกา 3643/2537ฎีกา 9686/2539ฎีกา 1083/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา