⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3177/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3177/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ผู้กระทำความผิดในการกระทำความผิด ถือเป็นการเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ตายมาก่อน แล้วร่วมกับจำเลยที่ 2 พาคนร้ายสองคนไปชี้บ้านผู้ตายแล้วกลับไป ครั้นคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายและผู้เสียหายทั้งสองแล้ว คนร้ายวิ่งกลับไปทางบ้านจำเลยที่ 1 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้นบ้านก็พบคนร้ายคนหนึ่งหลบซ่อนอยู่ในห้องนอนของจำเลยที่ 1 พร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 และลูกระเบิดมือในเวลากระชั้นชิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนี้การกระทำของจำเลยทั้งสองยังไม่ถึงขั้นเป็นการร่วมกระทำผิดด้วยกันกับคนร้ายทั้งสองนั้นหรือเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนร้ายทั้งสองในการกระทำผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่น.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยหตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๘๓, ๓๓ และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๒๘๘ และฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตามมาตรา ๘๐, ๘๓, ๒๘๘ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตาม มาตรา ๘๓, ๒๘๘ จำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิตและริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ส่วนปลอกกระสุนปืนของกลางเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิดจึงให้ริบ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ตายมาก่อนโดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้นำคนร้ายสองคนแต่งกายแบบทหารพรานไปชี้บ้านผู้ตายแล้วกลับไปบ้านครั้นคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายและผู้เสียหายทั้งสองแล้วคนร้ายวิ่งกลับไปทางบ้านจำเลยที่ ๑ เมื่อพันตำรวจโทสุวิทย์นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้นบ้านก็พบทหารพรานหลบซ่อนอยู่ในบ้านจำเลยที่ ๑ พร้อมอาวุธปืนเอ็ก ๑๖และถูกระเบิดมือในเวลากระชั้นชิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนี้การกระทำของจำเลยทั้งสองยังไม่ถึงขั้นเป็นการร่วมกระทำผิดด้วยกันกับคนร้ายสองคนนั้นหรือเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำผิดก่อนมีการกระทำผิดจำเลยทั้งสองจึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดดังกล่าว พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๖ และฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๘๖ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๖ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา ๙๐ จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๓๓ ปี ๔ เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3177/2530 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดตะกั่วป่า โจทก์ นายลอง ศรีชัยนาท กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดตะกั่วป่า · จำเลย - นายลอง ศรีชัยนาท กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตะกั่วป่า - นายรังสรรค์ กุลาเลิศ · ศาลอุทธรณ์ - นายลิขิต พรหมพิทักษ์กุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 9368/2552ฎีกา 1215/2501ฎีกา 2632/2529ฎีกา 1312/2543ฎีกา 4952/2536ฎีกา 8366/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา